“ผมถูกบังคับให้เป็นนายทุน” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหารหนุ่มแห่งไทยซัมมิท

“ผมถูกบังคับให้เป็นนายทุน” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหารหนุ่มแห่งไทยซัมมิท

1 ความคิดเห็น

สัมภาษณ์ : ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท

“ผมถูกบังคับให้เป็นนายทุน”

ใครจะรู้ว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้กุมบังเหยนอาณาจักรแห่งนี้เป็นเพียงคนหนุ่มวัย ๒๘ ปีที่เข้ามานั่งตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร ภายหลังจากสูญเสียคุณพ่อ--พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวไปเมื่อ ๕ ปีก่อน โดยมีคุณแม่ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท

ธนาธร หรือ เอก พาไทยซัมมิทกรุ๊ปทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ทำยอดขายสูงสุดถึง ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท และยังขับเคลื่อนทุนไทยออกไปลงทุนนอกประเทศ โดยเฉพาะตลาดอาเซียนและอินโดจีน อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีนเป็นลำดับต่อไป ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า

“เราจะไม่ยอมเป็นบริษัทที่อยู่ในทุนนิยมหางแถว แต่ต้องการเป็นบริษัทที่สามารถใช้ประโยชน์จากทุนนิยม วันนี้ globalization มาเคาะประตูบ้านคุณแล้ว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม คุณหลีกหนีไม่ได้”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ชายหนุ่มสวมสูทผูกไทนั่งเก้าอี้ผู้บริหารแห่งอาณาจักรไทยซัมมิทกรุ๊ปในวันนี้ คือคนคนเดียวกับหนุ่มผมยาวมาดเซอร์ ที่ชอบสวมเสื้อผ้าฝ้ายสกรีน นุ่งกางเกงเล ใส่รองเท้าผ้าใบเก่าๆ สะพายกระเป๋าขาดๆ และสูบบุหรี่จัด ในวันนั้นใครๆ เรียกเขาว่า “แอ็กทิวิสต์ซ้ายจัด”

จากเด็กเที่ยวในกลุ่มไฮโซ เข้ามาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยหวังจะเป็นนักแต่งรถ แต่ชีวิตพลิกผันให้เขาได้มาร่วมทีมกับเพื่อนนักกิจกรรมกลุ่มหนึ่งลงสมัครองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอุปนายก อมธ. ในปี ๒๕๔๒

ชีวิตในรั้วธรรมศาสตร์พาเขาออกสู่โลกกว้าง เมื่อได้เข้ามาคลุกคลีกับเพื่อนนักกิจกรรมที่ตึกกิจฯ ก็ค้นพบว่าสเมล็ดพันธุ์แห่งความรักในความเป็นธรรมที่ตนมีอยู่ได้มีที่ทางที่จะเติบโตงอกงาม

ปี ๒๕๔๓ เอกได้รับการรับรองจากเพื่อนนักศึกษาให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หลังจากนั้นเขาก็พาตัวเองไปฝังตัวอยู่ใน “ม็อบ” คนจนหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของสมัชชาคนจน กรรมกรไทยเกรียง เครือข่ายสลัม ๔ ภาค การประท้วงกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลย์ เป็นต้น

ใครจะเชื่อว่า ทายาทนักธุรกิจใหญ่จะเคยปรากฏตัวขึ้นหน้า ๑ หนังสือพิมพ์หลายฉบับขณะเป็นกันชนให้ชาวบ้านสมัชชาคนจนที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างปีนทำเนียบเรียกร้องให้รัฐบาลชวน หลีกภัย เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล จนได้รับบาดเจ็บ

แม้ก่อนจะบินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเขายังนั่งอยู่ที่สลัมซึ่งกำลังถูกไล่รื้อ

ปี ๒๕๔๕ เอกกลับมาพร้อมใบปริญญาที่แม่วาดหวังไว้ แต่เขาหาได้เดินตามเส้นทางธุรกิจของครอบครัวที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ กลับเลือกไปทำงานเอ็นจีโอเงินเดือน ๖,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของตน

กระทั่งชีวิตต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่เมื่อบิดาเสียชีวิต ในฐานะลูกชายคนโต ภาระหน้าที่ทั้งหมดจึงตกอยู่บนบ่าของเขา จากเอ็นจีโอนักกิจกรรมฝ่ายซ้าย ต้องเข้ามานั่งเก้าอี้ผู้บริหารเต็มตัว ปกครองพนักงาน ๑๔,๐๐๐ คนในอาณาจักรไทยซัมมิทกรุ๊ปส และขยายฐานการผลิตจน ณ วันนี้ กลุ่มบริษัทไทยซัมมิทกลายเป็นผู้นำในด้านการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ อุตสาหกรรมประกอบรถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลทางการเกษตร และเครื่องใช้ไฟฟ้า

ถึงวันนี้ ในยามที่ถอดเสื้อนอกออก เขาก็ยังคงแต่งตัวเซอร์ๆ ออกไปร่วมเดินขบวนอยู่บ่อยครั้งในฐานะประชาชนคนเล็กๆ ที่ต้องการแสดงสิทธิการมีส่วนร่วมทางการเมือง

ล่าสุด เอกเขียนบทความเรื่อง “ราชาแห่งทุนนิยม” ลงตีพิมพ์ในวารสาร ฟ้าเดียวกัน (ฉบับตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๔๙)—วารสารสำหรับคอการเมืองเข้มข้น เพื่อตีแผ่เบื้องหลังของ “วาณิชธนกิจ” องค์กรธุรกิจที่อยู่จุดบนสุดของระบบทุนนิยม

ลองมาฟังดูว่า อดีตนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายที่กลายมาเป็นนายทุนเต็มตัว มองทุนนิยมอย่างไร ๕ ปีผ่านไป ความคิด มุมมอง และชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

แม้จะบอกไม่ได้ทั้งหมดภายในเวลาเพียงชั่วโมงกว่าที่เขาปลีกตัวมาให้สัมภาษณ์ แต่ก็คงพอทำให้ได้เห็นตัวตนในบางมุมของเขา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ผู้เป็นหลานแท้ๆ ของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และมีเพื่อนร่วมโรงเรียนเก่าคนหนึ่งที่ชื่อ พานทองแท้ ชินวัตร

http://vikingsx.blogspot.com/2010/05/blog-post.html?m=1

+1
35
 
1 ความคิดเห็น
Loading...