เอาชัดๆ สั้นๆ..

เอาชัดๆ สั้นๆ..

ช่วยตีความ จากคำว่า “...จำนวน สส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมี”

.

.

1. “จำนวนจะพึงมีนั้น อ้างอิงจากตัวเลขอะไร”

และ

2. “จากการเลือกตั้งครั้งนี้ จำนวนจะพึงมี ตามข้อ 1. มีพรรคอะไรบ้าง”

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    4
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0

11 ความคิดเห็น

 
akausa

นายปิยบุตร ระบุว่า การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศคะแนนดิบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าต้องคำนวณแบบเดียวกันและต้องได้ ส.ส. 87 คน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 128 ซึ่งให้คำนวณโดยนำคะแนนดิบมาคำนวณ ส.ส.พึงมี โดยนำคนมาลงคะแนนให้พรรคการเมือง 35 ล้านเสียง มาหารด้วย 500 คือยอดที่นั่ง ส.ส. จะได้ค่าเฉลี่ย ส.ส. ที่ 71,065.2940 คะแนนต่อ 1 ส.ส.จากนั้นนำ 71,065 คะแนน มาหารคะแนนพรรคการเมือง พรรคอนาคตใหม่ได้ 6,265,950 คะแนน เมื่อนำคะแนนพรรคอนาคตใหม่หารกับ 71,065 คะแนน ทำให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่อยู่ที่ 88.17 คน จากนั้นเอา ส.ส.พึงมี 88.16 มาลบกับส.ส.เขต 30 ที่นั่ง ทำให้พรรคมี ส.ส.เหลือ 58 ที่นั่งสำหรับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 

ปิยบุตร-พรรคอนาคตใหม่-แจงคำนวณ-ส.ส.ปาร์ตี้

นายปิยบุตร ระบุว่า หากพรรคไหนคำนวณแล้วไม่ได้จำนวน ส.ส. พึงมีถึง 1 ที่นั่งก็จะไม่ได้ ส.ส.ดังนั้น จะมีพรรคการเมืองตั้งแต่พรรคที่ได้คะแนนพึงมีที่ 0.9 คะแนนลงไปจะไม่ได้ ส.ส. และเมื่อเทียบบัญญัติไตรยางค์ พรรคอนาคตใหม่จะถูกลด ส.ส.บัญชีรายชื่อเหลือ 57 ที่นั่ง พรรคอนาคตใหม่จึงได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากการคำนวณรอบสุดท้ายคือ 57 คน โดยขอให้ดู พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (7) และ (4) ทั้งนี้กฎหมายให้ตัดพรรคที่ได้ ส.ส.พึงมีไม่ถึง 1 คะแนนออกไปก่อนจะทำให้ ส.ส.พึงมีที่ควรได้รับจะมีถึงแค่พรรคพลังชาติไทยเท่านั้น ทำให้พรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.เขต 30 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 57 คน รวม 87 คน

“พรรคสุดท้ายที่ได้เกิน 1 คือพรรคพลังชาติไทย ที่คิดแล้วได้ส.ส.พึงมี 1.0395 ดังนั้นพรรคลำดับที่ 17 เป็นต้นไป ให้ตัดออกจากการคิดทันที ตามบทบัญญัติพรรคอนาคตใหม่จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 58.17 แต่เทียบสัดส่วนแล้วจะลด ส.ส.บัญชีรายชื่อเหลือ 57.23 คน พรรคที่ได้ลูกหลงอีกพรรคคือ พรรคเสรีรวมไทยที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อลดลง 1 เมื่อคิดเป็นจำนวนเต็ม อนาคตใหม่จะเหลือ ส.ส.บัญชี 57 ที่นั่ง" นายปิยบุตร กล่าว  

นายปิยบุตร ระบุว่า พรรคที่ได้ 30,000 เสียงกลับได้ ส.ส. 1 คนที่คำนวณโดยนำเศษที่เหลือไปคิดหาคะแนน ส.ส. ดังนั้นไม่มีการคำนวณว่าคำนวณได้ 2 แบบ ตนว่าไม่ใช่การถกเถียงสูตรคณิตศาสตร์ มีสูตรเดียวเท่านั้นตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ัง ส.ส. เรายืนยันพรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส. 87 ที่นั่ง แบ่งเขต 30 ที่นั่ง และปาร์ตี้ลิสต์ 57 ที่นั่งเท่านั้น

เมื่อถามว่า การคำนวณ ส.ส.จนทำให้พรรคเล็กได้ ส.ส. 1 เสียง คะแนนมีผลต่อจัดตั้งรัฐบาล นายปิยบุตร ระบุว่า ถ้าดูตามมาตรา 128 และส่งผลให้ตัวเลขของพรรคต่อต้านสืบทอดอำนาจได้ ส.ส.ลดลง จะทำให้สังคมคลางแคลงใจจาก 255 เสียงก็จะหายไป ต้องเดินตามมาตรา 128 ไม่ใช่มีธงมาลด 255 เสียง ทาง กกต.ยังไม่เคยปรากฎผลและกกต.ยังไม่อยากคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะคำนวณจริงๆ เมื่อ9 พ.ค. กกต.ต้องเกาะมาตรา 128 ไว้ตลอด ถ้าดูพรรคนั้นพรรคนี้สังคมจะสงสัย

"ผมว่าถูกแล้วที่ กกต.ยังไม่บอก เพราะการนับคะแนนยังไม่จบ แต่สิ่งหนึ่งที่ กกต.ต้องยืนยันคือ การคิดแบบมาตรา 128 กกต. ต้องยืนให้มั่น เข้าใจว่า กกต.ยังไม่ยืนยันสูตร เพราะว่ายังมีเรื่องใบเหลือง ใบแดงอยู่ และถ้าเป็นไปได้ อยากให้ กกต.เกาะมาตรา 128 ไว้" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าว  

นายปิยบุตร ระบุว่าการไม่เปิดเผยคะแนนดิบรายหน่วยของ กกต. จะทำให้สังคมเคลือบแคลง ถ้า กกต.ทำงานให้โปร่งใสไม่เปิดเผยคะแนนรายหน่วยจะทำให้คะแนนไม่โปร่งใส และเพื่อลดทอนแรงเสียยดทาน จึงขอให้ กกต. เปิดเผยผลคะแนนมาให้โปร่งใส

อ่านข่าวทั้งหมดได้ที่..

https://voicetv.co.th/read/bNOVSy5gV

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    4
 
akausa

อ่านแล้วคุณมังกรดำไปตีความเอาเองก็แล้วกันนะ...ผมมีปัญญาแค่หามาให้อ่านเท่านั้น...

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
 
willy

มันเป็นภาษาจำกัดความของไอ้เฒ่ากอลั่ม

มันยากที่จะให้คนเช่นกระผมเข้าใจได้ สุดที่จะเอาไปอ้างอิงกับอะไรได้ครับอาจารย์

ปวดหัว

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

อยู่ที่พวกมันตีความ

โมโห

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
willy

YES !

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    4
 
Bugtudtoo

อันนี้เข้าใจง่าย ไม่น่าเชื่อว่านักคณิตศาสตร์ดังคนนี้จะเข้าใจ รธน ได้ดีกว่าพวก กกต และยังได้แฉกลโกง กกต ที่จะแจกเก้าอี้ สส ให้พรรคที่มี จำนวน สส พึงมีน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดวิธีหาไว้ใน รธน ม.91 หรือ พรป ม.128

https://www.matichon.co.th/politics/news_1488673

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

สั้น ๆ ง่าย ๆ

1.คะแนนรวมทั้งประเทศ (ทุกพรรค) หาร 500(จำนวน สส.2 แบบ)  = คะแนนที่จะใช้หา สส.พึงมี

2.คะแนนรวมทั้งประเทศ(ของแต่ละพรรค) หาร ผลลัพท์ ข้อ 1.  = จำนวน สส.พึงมี

3. สส.พึงมี (ผลลัพท์ ข้อ 2.) ลบ สส.เขตที่ได้รับเลือก = สส.บัญชีรายชื่อ (ที่ได้เพิ่ม)

4. หากผลลัพท์ข้อ 2. ได้มากกว่า สส.เขตที่ได้รับเลือก = ไม่ได้ สส.บัญชีรายชื่อ

พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคเดียวที่ เข้า ข้อ 4. เลยไม่ได้ สส.บัญชีรายชื่อ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    0
 
619

ในยุคที่กติกาบูดๆเบี้ยวๆแบบนี้มันไม่สนใจหรอกครับว่าอะไรจะถูกต้องอะไรจะผิด

มันสนใจอยู่เรื่องเดียวคือกูจะเอา มันรู้ว่าถ้าไอ้ตู่อยู่ต่อก็ไม่มีใครสามารถทำห่าอะไรพวกมันได้

มันถึงทำวิธีการเบี้ยวๆแบบนี้  ถ้าไอ้ตู่ไปเมื่อไรมันจะล้มทั้งเครือทั้งขบวนเลยนะ

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ไทEfreedom

มันบิดเบี้ยวตั้งแต่กฎกติกาที่ร่างออกมาเป็นกฎหมายแล้ว  มาบิดเบี้ยวยกกำลังสองกับการคำนวณหา สส บัญชีรายชื่ออีก

ต้องแก้. รธน. สถานเดียว

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    3
 
619

ผมอยากเปลี่ยนตัวผู้เล่น จากไอ้ตูดเป็นคนอื่นอยากจะดูว่ามันจะบิดเบี้ยวแบบนี้อีกเปล่า

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ไทEfreedom

ให้สังเกต คำที่ใช้ในกฎหมาย ให้ดูที่ พรป. เลือกตั้ง ม. 128 (2) จะมีคำว่า จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น  กับ จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ 

ซึ่งยกมาจาก รธน. ม.91 (2)  แต่ใน รธน.  ม.91 (2) ไม่มีคำว่า จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น  จะมีแต่คำว่า จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้

ต่อไปให้ดูที่ วรรคท้ายของ รธน. ม.91 ที่ว่า การนับคะแนน หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ การคิดอัตราส่วน และการประกาศผลการเลือกตั้ง  ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นั่นคือ รายละเอียดที่เพิ่มจากหลักการที่กำหนดไว้ใน รธน. ม.91 จะกำหนดไว้ใน พรป. เลือกตั้ง ม. 128

กลับมาดูที่ พรป. เลือกตั้ง ม. 128 (2) มีการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยคำว่า จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น   ซึ่งถ้าไม่ต้องคำนวณตาม (๕) (๖) หรือ (๗) 

จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้  จะเท่ากับ  จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น นั่นเอง 

ดังนั้น พรรคการเมืองใดที่ จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น น้อยกว่า 1.00  แต่เมื่อเข้าเงื่อนไขต้องคำนวณตาม พรป. เลือกตั้ง ม. 128 (5) (6)/(7) แล้วได้ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จะทำให้พรรคนั้นมี จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ มากกว่าหรือเท่า 1.00  ดังนั้น พรป. เลือกตั้ง ม. 128 จึงไม่ขัด รธน. ม.91 

ซึ่งการเลือกตั้งครั้งต่อไปๆ อาจมีความเป็นไปได้ที่พรรคที่ได้คะแนนเสียงทั่วประเทศ 5,000 คะแนน ได้ สส. บัญชีรายชื่อ

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้  (ต้องเน้นว่าครั้งนี้ ครั้งนี้ ครั้งนี้) พรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ได้ สส. บัญชีรายชื่อ ต้องมี จำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น มากกว่าหรือเท่ากับ 1.00 เท่านั้น

หรือมีจำนวนคะแนนเสียงต่อ สส. บัญชีรายชื่อ 1 คน  71,168 คะแนน ขึ้นไปเท่านั้น   เพราะแค่เอาจำนวนเต็มมารวมกัน ก็ได้ถึง 152 ซึ่งเกิน 150 แล้ว  ดังนั้นจะมีแค่ 16 พรรคที่ได้ สส.

ที่ กกต. ทำผิด คือ ใน พรป. เลือกตั้ง ม. 128 (3)  ลองไปอ่านดู จะเห็นว่ากฎหมายเขียนไว้ แค่ว่า จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเบื้องต้น เท่านั้น  ไม่มีคำว่า จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเบื้องต้นทั้งหมด 

คือ เขาให้ทำแค่คำนวณหา จำนวน สส. บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับเบื้องต้นเท่านั้น  มีตรงไหนที่เขาบอกว่าให้เอารวมกันแล้วคิดเกินเลยจากที่กำหนดไว้ใน ม.128 (3)

และการปรับให้ พรรคเพื่อไทย ได้ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ 0 ก็ไม่ได้กำหนดไว้ใน พรป. เลือกตั้ง ม. 128 (3) นี้ แต่กำหนดไว้ใน พรป. เลือกตั้ง ม. 128 (5) นู้น

การคำนวณที่ถูกต้องต้องทำ ม.128 (4) อย่างน้อย 1 ครั้งเสมอ ก่อนทำ ม.128 (5) (6)/(7)

ไม่ใช่มาบิดเบือน ม.128 (3) เพื่อหาข้ออ้างไม่ต้องทำ ม.128 (4)

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0