เพราะสำคัญผิดว่า มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจาก การติดกระดุมผิดเม็ด

เพราะสำคัญผิดว่า มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจาก การติดกระดุมผิดเม็ด

เงาคสช.เริ่มปรากฏ แก้รธน.ยิ่งร้อนแรง – ชกไม่มีมุม
https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_2949376

เงาคสช.เริ่มปรากฏ แก้รธน.ยิ่งร้อนแรง – ชกไม่มีมุม

เงาคสช.เริ่มปรากฏ แก้รธน.ยิ่งร้อนแรง – ชกไม่มีมุม : มาตรการเพื่อสกัดกั้นความเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ดูเหมือนจะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ถึงขั้นให้มือกฎหมายของกองทัพ ในนามของกอ.รมน. ออกมาแจ้งจับแกนนำพรรคฝ่ายค้านแบบกราวรูด รวมทั้งนักวิชาการและผู้ร่วมเวทีเสวนาอภิปราย

ผลที่ตามมา จะทำให้ฝ่ายค้านต้องชะงัก ทำให้ประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวต้องยอมล่าถอย

หรือจะยิ่งเพิ่มอุณหภูมิความร้อนแรง ให้กับปัญหารัฐธรรมนูญฉบับนี้

คงจะต้องจับตามองกันต่อไป ด้วยใจระทึก!?!

อย่างที่รู้กันว่า ช่องทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำได้ยากมากๆ

แต่พรรคการเมืองฝ่ายค้านก็ไม่เคยย่อท้อ โดยเน้นไปที่วิธีการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หวังพึ่งพลังทางสังคม ให้ร่วมกันผลักดันไปสู่การแก้ไขให้ได้

เปิดเวทีอภิปรายเสวนาสัญจรไปทั่วประเทศ

ถ้าจะถามว่า เวทีฝ่ายค้านดังกล่าว ได้ผลหรือไม่ ก็ให้ดูที่ฝ่ายรัฐบาล ว่ายังเฉยๆ ไม่สนใจไยดี หรือชักนั่งไม่ติด

คำตอบอยู่ที่ประการหลัง เพราะก่อนหน้านี้ทีมงานของพรรคพลังประชารัฐ ฐานรองรับให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ พากันออกมาโจมตีเวทีฝ่ายค้านเป็นระลอก

งัดมุขสำคัญคือ ให้รัฐบาลแก้ปากท้องชาวบ้าน ดีกว่าแก้รัฐธรรมนูญ

จุดกระแสสกัดฝ่ายค้าน อย่าทำให้รัฐบาลเสียเวลาในการดูแลชาวบ้าน

จนฝ่ายค้านต้องงัดรัฐธรรมนูญออกมาโต้ว่า คนละเรื่องเดียวกัน หน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เป็นของคณะรัฐบาล เอาเรื่องนี้มาโยงใส่ฝ่ายค้านได้อย่างไร!?

ที่สำคัญฝ่ายค้านชี้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเปิดทางให้แก้ปัญหาปากท้อง สิทธิเสรีภาพประชาชน เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

เพราะถ้าใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป ยังให้ 250 ส.ว. รอโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไป เราก็จะไม่ได้ มือดีๆ คนเก่งๆ เข้ามาบริหารประเทศ

ผลงานของพล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างไร ทบทวนกันดูเองได้ จากตลอด 5 ปีที่ผ่านมา!

ฝ่ายค้านจุดประเด็นที่กระตุ้นเตือนประชาชนอย่าง น่าสนใจว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ก็ต้องอยู่กับประยุทธ์ต่อไปอีกยาวนาน

ได้ผลหรือไม่ ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ทีมงานพลัง ประชารัฐต้องดาหน้าออกมา หยุดกระแสแก้รัฐธรรมนูญกันยกใหญ่ แล้วเพิ่มมาตรการถึงขั้นแจ้งจับเวทีเสวนาที่ปัตตานี

แต่ก็มาพร้อมการปรากฏตัวของมือกฎหมายคสช.และกอ.รมน.

นี่อาจจะเพิ่มช่องทางใหม่ให้ฝ่ายค้านเคลื่อนไหวได้เพิ่มอีก

ไหนว่าคสช.จบไปแล้ว เข้าสู่ยุคประชาธิปไตยปกติแล้ว มันจริงหรือ!?!

........

..................

..................................

ระบบอุปถัมภ์กับการเหลิงอำนาจ
 
หมัดเหล็ก7 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

หลักการปกครองประเทศ 3 ฝ่าย นิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการ ก็เพื่อให้เกิด การถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ตรวจสอบซึ่งกันและกัน ทำให้การปกครองประเทศเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมและสงบสุข

ในทางตรงกันข้ามถ้า การปกครองโดยอำนาจสามฝ่าย เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้สังคมระบบอุปถัมภ์ ก็จะเป็นอันตรายต่อการปกครองประเทศอย่างร้ายแรง

คนที่เดือดร้อนคือประชาชน

ภาวะผู้นำ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในกระบวนการขับเคลื่อนการปกครองประเทศ ถ้าขาดภาวะผู้นำ ถ้าผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ประเทศก็จะตกต่ำสังคมเสื่อมโทรม เศรษฐกิจถดถอย

เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน

ยิ่งถ้าผู้นำไม่ใส่ใจต่อ จริยธรรม ไม่มีความซื่อสัตย์ยุติธรรม ประชาชนและประเทศจะต้องรับวิบากกรรมหลายเด้ง เช่นเลือกคนเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศโดยไม่แยแสว่า จะเคยต้องคดีอาญาร้ายแรง หรืออยู่ระหว่างการดำเนินคดีอาญาร้ายแรง หรืออยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช. ในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน กินบ้านโกงเมือง

เข้าข่ายของการเหลิงอำนาจ

ไม่ได้ให้ความสำคัญของ อำนาจสามฝ่าย และ รัฐธรรมนูญ เพราะสำคัญผิดว่า มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจาก การติดกระดุมผิดเม็ด กระดุมเม็ดต่อไปก็จะผิดต่อไปเรื่อยๆ ได้คนที่ไม่มีประสิทธิภาพและมีความผิดติดตัวมาบริหารประเทศ เป็นปลาตายเหม็นไปทั้งข้อง

สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวในหน้าสื่อขณะนี้สะท้อนให้เห็นถึง สังคมระบบอุปถัมภ์และการเหลิงอำนาจ ชี้ให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรม ความเป็นธรรมและคุณธรรม มีคุณภาพในการถ่วงดุลแค่ไหน

การที่ กองทัพ แจ้งความดำเนินคดีกับ นักการเมืองและนักวิชาการ 12 คน ที่แสดงความเห็นเรื่องของ ประชาธิปไตย เข้าข่าย ความผิดตาม ม.116 เป็นการกระทำในลักษณะปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่อการปกครอง ผลลัพธ์ที่ออกมาจะร้ายแรงกว่าที่คิด

ยิ่งถ้ากระบวนการยุติธรรมเข้าไม่ถึงนักการเมือง ผู้มีอำนาจ และมีความพยายามที่จะใช้กระบวนการยุติธรรมปิดปาก สังคมจะเกิดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่ความกระด้างกระเดื่องในสังคม

จำลอง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 2535 จากองค์ประกอบทางการเมืองและสังคมไทย ที่ไม่ต่างจากเวลานี้ มองไปในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกลนี้

ประเทศไทยย่อมหนีจากวงจรอุบาทว์ไม่พ้น

เพียงแต่ว่าความรุนแรงที่จะตามมาย่อมมีความเสียหายที่มากขึ้นกว่าปี 2535 เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีทางปิดกั้น การใช้ความรุนแรงเข้าปราบปราม เท่ากับเดินทางเข้าสู่ทางตัน เช่นที่เกิดขึ้นกับฮ่องกงโมเดล.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

https://www.thairath.co.th/news/politic/1676570

การ์ตูน เซีย

แค่การเสวนา
 
แม่ลูกจันทร์7 ต.ค. 2562 05:15 น.
SHARE
 
 


 

“คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน”

นี่คือ “วรรคทอง” อันทรงพลังที่สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับ 7.5 ริกเตอร์ให้เกิดขึ้นในสถาบันศาลยุติธรรมไทย

“แม่ลูกจันทร์” ขอเชิดชูคารวะ “นายคณากร เพียรชนะ” ท่านผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจังหวัดยะลา ผู้กล้าเอาชีวิตตัวเอง เพื่อคืนความยุติธรรมของชาวบ้านธรรมดาที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยคดีฆ่าคนตาย

ขอเป็นกำลังใจให้ “ท่านผู้ พิพากษาคณากร” เพชรแท้แห่งสถาบันศาลยุติธรรม ปลอดภัยจากการบาดเจ็บโดยเร็ว เพื่อกลับมาปฏิบัติหน้าที่อำนวยความยุติธรรม และสร้างศรัทธาเชื่อมั่นความเป็นอิสระของสถาบันศาลยุติธรรมให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป

เอาแค่นี้แล้วกัน พูดมากเดี๋ยวเจ็บคอ

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่านักการเมืองกับการเป็นจำเลยคดีฟ้องร้องเป็นของคู่กันเหมือนนํ้าพริกคู่ปลาทู

ยิ่งเป็นระดับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค แกนนำพรรค ย่อมมีคดีขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นเฟอร์นิเจอร์ติดตัวแทบทุกคน

กรณี พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ มือกฎหมาย คสช. รับมอบอำนาจจาก กอ.รมน.ภาค 4 ไปแจ้งความตำรวจปัตตานีให้ดำเนินคดีแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวมทั้งสิ้น 12 คน เช่น...

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หน. พรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หน.พรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หน.พรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หน.พรรคพลังปวงชนไทย ฯลฯ

ฐานร่วมกันยุยงปลุกปั่นประชาชนให้ก่อความไม่สงบภายในบ้านเมืองเข้าข่ายความผิดมาตรา 116 ประมวล ก.ม.อาญา มีอัตราโทษติดคุก 7 ปี

เนื่องจากไปเปิดเวทีเสวนาปัญหาวิกฤติไฟใต้ และแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จังหวัดปัตตานี

โดยจับเอาคำพูดของนักวิชาการคนเดียวเป็นหลักฐานกล่าวโทษคนที่นั่งร่วมเวทีอีก 11 คน ว่าร่วมกันยุยงปลุกปั่นประชาชน

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าเป็นข้อหาหนัก

แต่หลักฐานเบา

เหมือนคนขับรถเมล์ฝ่าไฟแดงคนเดียว จะลงโทษเหมาเข่งผู้โดยสารรถเมล์ข้อหาร่วมกันสมคบคิดฝ่าไฟแดง

หรือ ข้อหาไม่ขัดขวางคนขับรถเมล์ไม่ให้ฝ่าไฟแดง

มันขัดหลักความเป็นธรรม และหลักความเป็นจริง

ฉันใดก็ฉันเดียว การที่พรรคฝ่ายค้านเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เป็นนโยบายที่ฝ่ายค้านหาเสียงไว้กับประชาชน

และประชาชนทุกคนย่อมมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ข้อสำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น “นโยบายเร่งด่วน” ที่รัฐบาล “นายกฯลุงตู่” ได้แถลงต่อสภาฯ

การที่พรรคฝ่ายค้านเดินสายเปิดเวทีสัมมนาจึงสอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเอง

ส่วนนักวิชาการจะมีความเห็นอย่างไร? ก็ไม่มีผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ซึ่งต้องไปตัดสินในที่ประชุมรัฐสภา

สำคัญที่สุด ถ้า ส.ว.ลากตั้ง 250 คน ไม่ยอมให้แก้รัฐธรรมนูญ

ต่อให้ฝ่ายค้านเปิดเวทีเสวนาจนถุงลมโป่งพอง ก็แก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จอยู่ดี

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แลแฮ.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1676441

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

2 ความคิดเห็น

 
ICT
จีนยุคเหมาไถ
 
กิเลน ประลองเชิง7 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

จีนฉลองปฏิวัติ 70 ปี ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง คนทั่วโลกดูข่าวตาค้าง เห็นความองอาจผึ่งผาย ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เทียบประธานาธิบดี ทรัมป์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีข่าวบ๊องๆ แล้วมวยคนละชั้น

ย้อนหลังไปกว่าร้อยไม่กี่ปี สมัยที่จีนยังลูกผีลูกคน หลังฝรั่งรุมทึ้ง ญี่ปุ่นก็เข้าไปซ้ำ จีนแทบไม่มีสินค้าอะไรจะเอาไปอวดชาวโลก
20 ก.พ. ค.ศ.1915 สหรัฐฯจัดนิทรรศการสินค้านานาชาติปานามา ที่ซานฟรานซิสโก มีบริษัทห้างร้านหน่วยงานต่างๆจากทั่วโลกกว่าสองแสนรายถูกเชิญเข้าไปร่วม

(งำประกาย กโลบายไร้ผู้ต่อต้าน เห่ง อู๋อั้ง เขียน อธิคม สวัสดิญาน แปล สำนักพิมพ์เต๋าประยุกต์ พ.ศ.2553)

ประธานาธิบดี ยวนซื่อไข่ สั่งตั้งสมาคมสินค้าประกวด คัดเลือก “สินค้า” ผลปรากฏว่า ผลิตผลจากโรงงานเฉิงอี้และหยงเหอ มณฑลกุ้ยโจว ถูกคัดเลือกเข้าประกวดสินค้าโลก

คือสุราเหมาไถ

จีนมีเหตุผลพอที่จะมั่นใจ เล่ากันว่า ชาวผูชนพื้นเมืองลุ่มแม่น้ำเซ่อสุ่ย ชำนาญการหมักบ่มสุรามาแต่โบราณ จดหมายเหตุประวัติศาสตร์สื่อจี้ บันทึกว่า สมัยราชวงศ์ฮั่น ที่เหยินไฮว๋ มีสุราโก่วเจี้ยง เป็นสุราชั้นเลิศ

เจี้ยนเหยินศก ก่อนคริสตกาล 135 ปี ส่งทูตชื่อถางเหมิง ไปหนานเยว่ (กวางเจาปัจจุบัน) ทูตได้ลิ้มรสสุรา จากเจ้าหนานเยว่ ก็ติดใจ เที่ยวกลับก็ซื้อไปถวายจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้

ทรงจิบแล้วติดพระทัย ตรัสว่า “รสกลมกล่อมยิ่ง” ทูตถางเหมิง ได้รับความดีความชอบมาก

สุรานี้เป็นที่ต้องการของทุกราชสำนัก สมัยถาง สมัยซ่ง เมืองเหยินไฮว๋ กลายเป็น “อู่สุรา” สมัยราชวงศ์ชิง เหยินไฮว๋มีโรงหมักบ่มสุรากว่า 20 โรง

หมู่บ้านเหมาไถ ตะวันตกของเมือง ผลิตสุรา เหมาไถเซา เหมาไถซุน เหมาไถเซาซุน เหมาซุน ชื่อเสียงเลื่องลือ

มีคำกล่าว แคว้นชาวเฉียน กุ้ยโจวยอดสุราลมโชยเพื่อนบ้านเมาสามครัว หลังฝนเปิดขวดหอมสิบลี้

รัชสมัยเฉียนหลงปีที่ 49 (ค.ศ.1784) ราชวงศ์ชิง สุราเจี้ยเชิ๋ง หมู่บ้านเหมาไถ ได้รับการตั้งชื่อเป็นทางการ

แต่สินค้าของจีนในงานประกวดสินค้านานาชาติ ที่สหรัฐฯ ในปี ค.ศ.1915 นั้น เป็นเช่นคำพังเพย “สุราดียังกลัวอยู่ตรอกลึก” สุราเหมาไถ ในขวดและไหดินเผา ของคนจีนชุดเสื้อคลุมยาว ไม่มีใครแวะไปถามไถ่เลย

งานก็ใกล้ปิดเข้าไปทุกที สินค้าหลายชนิดถูกตัดสินได้รางวัลกันไปแล้ว ตัวแทนชาวจีนคิดแผน...ถือขวดสุราเข้าไปที่บริเวณที่มีคนพลุกพล่าน แกล้งเผลอทำขวดสุราตกแตกกระจาย

ทันทีนั้น กลิ่น “เหมาไถ” ก็โชยหอมหวนไปไกล ผู้คนมากมาย กระทั่งกรรมการตัดสิน ขอชิมแล้วก็ชิมอีก สุดท้ายก็ยอมรับ นี่คือสุราขาวที่ดีที่สุดในโลก

ตัดสินให้สุราเหมาไถได้รางวัลชนะเลิศเป็นกรณีพิเศษ ที่พิเศษก็เพราะกรรมการตัดสินให้สุราชาติอื่นได้รางวัลไปก่อนแล้ว

ชื่อสุราเหมาไถ จึงก้าวพ้นรั้วประเทศจีน เป็นที่รู้จักคนทั้งโลก มาตั้งแต่บัดนั้น

ถึงวันนี้ คนทั่วโลกรู้จักชื่อ สี จิ้นผิง มากกว่ารู้จักสุราเหมาไถ นับถือ สี จิ้นผิง มากกว่า ทรัมป์

กระซิบเรื่องเล็กๆเป็นความลับระหว่างเราๆ เจ้าหนานเยว่ เจ้าของสูตรเหล้าขาวสมัยฮั่นกว่าสองพันปีที่แล้ว ผมรู้สึกของผมเองว่า มีกลิ่นอายเป็นหนึ่งในชนเผ่าไท

จีนล้าหลังแล้วก้าวหน้าไปไกล...ไทย หรือ ไท แบบเราๆ อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่า หมักเหล้าขาว...เก่งกว่าใคร

ส่วนความก้าวหน้าทางอื่น เห็นเขาพูดกันว่า ทหารปฏิวัติเก่งมาก ผู้รู้เขียนรัฐธรรมนูญได้เชี่ยวชาญมาก ก็ดูจะเท่านั้น.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1676476

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ่เห้ตูบ

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0