เขาไม่ซื้อสินค้า

เขาไม่ซื้อสินค้า

4 ความคิดเห็น

ฉลามเขียว : เขาไม่ซื้อสินค้า

https://www.voicetv.co.th/blog/515074.html

13 สิงหาคม 2560 เวลา 11:54 น.
 

 เขาไม่ซื้อสินค้า

 เขาไม่ซื้อสินค้า
บทความโดย ฉลามเขียว
คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

ดังนั้น   ถ้าจะไม่ให้เอกชนทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค  ไม่เป็น “กบต้ม” ที่มารู้ตัวเอาเมื่อสายเสียแล้ว รัฐบาลก็ควรจะต้องให้ความจริงกับประชาชน คอยตักเตือนประชาชนอยู่เสมอถึงภาวะเศรษฐกิจตามความเป็นจริง ไม่ปล่อยให้ประชาชนหลงระเริง ไม่รู้ว่าภัยอันตรายทางเศรษฐกิจกำลังคืบคลานใกล้เข้ามาแล้ว ไม่ควรกลัวจะเสียคะแนนนิยมกับการไม่ให้ความจริงกับประชาชนและเอกชนจนสายเกินแก้

ดูท่าจะเหมือนกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ภาวะการส่งออกชะงักงัน ราคาสินค้าเกษตรทุกตัวลดลงอยู่ในระดับต่ำ เป็นเหตุให้รายได้ของครัวเรือนลดลง การลงทุนในประเทศไม่มีทั้งๆ ที่มีเงินล้นตลาด นักลงทุนไทยจึงต้องดิ้นรนไปลงทุนในต่างประเทศ ดังนั้นการเรียกร้องให้นักลงทุนในต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทยจึงเป็นไปได้ยาก เพราะแม้แต่นักลงทุนของไทยก็ยังไม่ลงทุนในประเทศตัวเอง ต้องหาช่องทางไปลงทุนในต่างประเทศ
ไม่อาจจะหาตลาดในต่างประเทศเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ บวกกับการต่อต้านสินค้าจากประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้มีเหลือไม่กี่ประเทศแล้วในโลก

ความ 3 ท่อนข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งในข้อเขียนเรื่องทฤษฎีกบต้ม ของ  ดร.โกร่ง – วีรพงษ์ รามางกูร  ลงในหนังสือพิมพ์รายวันกระดาษ “มติชน”  และเผยแพร่ในเว็บไซต์ 10 ส.ค.2560

ตัวผม นายฉลามเขียว  เห็นคำว่า  “ไม่อาจจะหาตลาดในต่างประเทศเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ บวกกับการต่อต้านสินค้าจากประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้มีเหลือไม่กี่ประเทศแล้วในโลก”  ก็รันทดเลยครับ  

เพราะตัวผมประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างมาตลอด  อยู่รอดได้เพราะมีนายจ้าง   แล้วถ้านายจ้างผลิตสินค้าออกมาแล้วขายไม่ได้   ต่างประเทศไม่ซื้อ   ด้วยเหตุผลบ้านเราไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย นายจ้างอยู่ไม่ได้ แล้วลูกจ้างมันจะอยู่ได้รึ  มันก็ต้องรันทดนะครับ  .. 

การปกครองแบบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้มีเหลือไม่กี่ประเทศแล้วในโลก
ท่อนนี้ของ ดร.โกร่ง อ่านแล้วก็ร้าวรานในจิตใจดีครับ

ฉลามเขียว มาอ้อยอิ่งกับเรื่องราวทฤษฎีต้มกบอีกทำไม  เพราะเรื่องมันขึ้นสู่กระแสสูงสุดไปแล้ว  ก็ขอตอบว่า เป็นห่วงตัวเองครับ  และเป็นห่วงเจ้าของธุรกิจทั้งปวง  ก็ขอให้ท่านอ่านข้อเขียนของ ดร.โกร่ง หลายๆรอบด้วยนะครับ  
ประกอบกับผมได้เห็นใน youtube อุปกรณ์ที่เรียกว่า fast inkjet printer สามารถที่จะปริ๊นตัวหนังสือข้อความลงบนผิววัสดุต่างๆได้อย่างรวดเร็วมาก  โดยใส่ข้อมูลในคอมพิวเตอร์แล้วโอนเข้าเครื่องปรินซ์  ซึ่งผมมองว่า  นี่มันจะทำให้คนอาชีพปริ๊นซ์สกรีน  อาชีพตัดสติ๊กเกอร์  ในรูปแบบเก่าๆสูญอาชีพได้  

และขณะนี้การเข้าสู่เศรษฐกิจยุค 4.0  เอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์  มันก็เป็นไปอย่างก้าวกระโดด ไม่ได้มีแค่ fast inkjet printer  อย่างเดียวนะครับที่น่ากลัว  เทคโนโยลีอื่นๆ  แย่งงานมนุษย์ไปอย่างน่าเกรงขามมาก ... มันมาไว  

แล้วใครจะมีหน้าที่เตือนให้ประชาชนรู้ตัว

เพราะผมกลัวอนาคต   จึงค้นที่มาของทฤษฎีต้มกบ  พบข้อมูลถือกำเนิดตั้งแต่ศตวรรษ 19  ในปี  1969  German physiologist Friedrich Goltz  ทำการทดลองเพื่อค้นหาสถานที่ตั้งของจิตวิญญาณ  โดยการเอากบมาต้มในหม้อ  ใช้กบ  เพราะมันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ว่ากันว่าปรับตัวเองให้อยู่รอดได้ในภาวะธรรมชาติได้ดีที่สุด  ก็ได้ผลทดลองออกมาดังที่เราๆทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ  ดร.โกร่งเขียนให้อ่านแล้ว  “พิชัย นริพทะพันธ์” ก็เขียนให้อ่าน  และโดนคดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14

ผมขอเชิญชวนข้าราชการประจำ ปอท.อ่านข้อเขียนของ ดร.โกร่ง ครับ   ท่านอดีตรมว.คลังวีรพงษ์  เขียนชี้สถานการณ์จริงภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้ได้ละเอียดมาก  หมัดหนัก  โครมๆๆๆเลย  อ่านหลายๆรอบนะครับ  เพราะท่านก็ประชาชนไทย  มีครอบครัว   มีลูกที่จะเติบใหญ่เข้าไปต่อสู้ในโลกที่โหดร้าย   ซึ่งผมขอย้ำแก่ชาว ปอท.ว่า  ระบอบการปกครองเผด็จการไม่เคยทำให้ชาติใดรุ่งเรืองเลยครับ  เพราะชาววิไลซ์เขารังเกียจเผด็จการ  มีกฎหมายห้ามไม่ให้รัฐบาลของตัวเองคบค้ากับเผด็จการทุกระบบ  ก็ทำให้ชาติเผด็จการหาตลาดขายสินค้าไม่ได้ ดังที่ ดร.โกร่ง เขียนไว้ให้อ่านแล้ว

ระบอบการปกครองประชาธิปไตยดีที่สุดครับ

รู้มั๊ยครับ  The Boiled Frog Theory ทฤษฎีต้มกบ  เกิดขึ้นมาเพราะอะไร

As metaphor
The boiling frog story is generally offered as a metaphor cautioning people to be aware of even gradual change lest they suffer eventual undesirable consequences. It may be invoked in support of a slippery slope argument as a caution against creeping normality. It is also used in business to reinforce that change needs to be gradual to be accepted. Oppositely, the expression "boiling frog syndrome" is sometimes used as shorthand to invoke the pitfalls of standing pat.

เพื่อเตือนให้มนุษย์รับรู้ภัยอันตรายในทุกรูปแบบ ครับ  

ไม่ได้เฉพาะเจาจงมีแต่เรื่องทางเศรษฐกิจเท่านั้น  ด้านอื่นๆก็เกี่ยวข้องด้วย ดินฟ้าอากาศ  และอื่นๆก็เข้าเทฤษฎีกบต้ม ได้หมด  เพื่อให้คนออกมาจาก ทฤษฎีความเคยชิน  ...  habitude  ก่อนที่จะตายกันหมด

ข้าราชการประจำ ปอท. ศึกษา The Boiled Frog Theory ให้แตกฉาน  ให้แม่นยำสุดๆนะครับ  แล้วท่านจะรู้ว่ามันไม่ใช่ทฤษฎีชั่วร้าย  แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมวลหมู่มนุษยชาติให้อยู่เย็นเป็นสุข... และเพราะท่านทั้งปวงคือผู้ถือกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550

ใจจริงผมเลยนะ  เมื่อ “ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล” เขียนไว้ในเฟซบุ๊กไว้ว่า  “และผมมั่นใจด้วยว่า ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ เป็นมืออาชีพ ไม่ได้ขวัญอ่อน ที่จะแคร์ต่อข้อวิจารณ์ส่วนบุคคล”  ผมก็อยากให้ทีมเศรษฐกิจโชว์ความไม่ขวัญอ่อน ด้วยการส่งสัญญาณขึ้นไปถึงผู้ถืออำนาจที่เหนือกว่า... 

ถอนแจ้งความ
แล้วก็ทำหน้าที่เตือนภัยให้ประชาชนและเจ้าของธุรกิจให้รู้สถานการณ์จริง

ฉลามเขียว
13 สิงหาคม 2560  

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
เชื่อว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลไม่ได้ขวัญอ่อน
เผยรายละเอียดบันทึกแจ้งข้อหาพิชัยต้มกบ

+1
41
 
4 ความคิดเห็น
John nonlen
John nonlen
13 ส.ค. 2017 - 12:21

ขออภัยท่านเจ้าของกระทู้ครับ ฟังเล่าเรื่อง กบต้ม เล้ยยยยย อยากฟังเพลงครับ

 

+
37
markpakma
markpakma
13 ส.ค. 2017 - 14:14

ควายตัวนั้นมันยังบอกทุกวันว่าระบอบของมันการค้าปกติ  

มันเลยคิดจะอยู่ต่อตามโร๊ดแหม็บ  ที่ไม่มีกำหนดเวลา เป็นโร๊ดแหม็บๆ

เพราะยังไม่เห็นมีใครเดือดร้อนจากการยึดอำนาจเลย

+
38
Loading...