สมมติว่าจีนปลูกทุเรียน หมอนทองได้ จะเกิดอะไรขึ้น

สมมติว่าจีนปลูกทุเรียน หมอนทองได้ จะเกิดอะไรขึ้น

6 ความคิดเห็น

หากใครจำได้ ในสมัยหนึ่ง จีนคือตลาดยางที่ใหญ่ ของประเทศที่ปลูกยางทั้งหลายในเอเซียใต้

ราคายางขึ้นลงอยู่กับความต้องการของ ตลาดยางที่จีน

หลายคนเคยพูดว่า  เพราะจีนไม่มีปัญญาปลูกยางเอง ก็เลยต้องนำเข้าจำนวนมหาศาล

เพราะแผ่นดินจีนไม่สามารถปลูกยางได้  แต่ลึมนึกไปอย่างหนึ่งว่า

ประเทศจีน มีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบด้วยหลายมลฑล  มีตั้งแต่ระดับหนาวสุดขั้ว จนแห้งแล้งเป็นทะเลทราย

แถมยังสามารถเช่าที่ดินที่มีภูมิอากาศใกล้เคียงกับบ้านเราแถบประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเพาะปลูกได้

และแล้ว วันแห่งความวิปโยคของยางก็มาถึง

เมื่อจีนสามารถปลูกยางเองได้และมีการนำยางเข้าน้อยลง  จากนั้นมาเราก็ไม่เคยเห็นยางแตะที่ราคา  100 บาทอีกเลย

 

 

เฉกเช่นผลไม้ตัวถัดมาอย่าง กล้วยหอมบ้านเรา แรกเริ่มเดิมทีเป็นที่สนใจในตลาดการค้าจีนมาก

มีการนำเข้าต่อเนื่อง จนราคากล้วยหอมบ้านเรา พุ่งกระฉุดไปแตะที่หวีเกือบร้อยบาท หรืออาจจะถึง สองร้อยในเทศกาลตรุษจีน

เป็นอนิสงฆ์ให้ไอ้พ่อค้าไทยที่ชอบยึดตลาดการค้า   เอากล้วยหอมไปวางขายในร้านได้ในราคา ลูกละถึง  8 บาท

ความเป็นพ่อค้าจีน เพื่อตัดวงจรการค้านำเข้า ก็เปลี่ยนเป็นผุ้ผลิตและนำเข้าเสียเอง

จะจ้างปลูกหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่คิดว่ากำไรกว่าการต้องไปกว้านซื้อ ผ่านพ่อค้าคนกลางอีกที

โดยเช่าที่ดินแถบลาว เพื่อปลูกสวนกล้วยหอมจำนวนมาก

สุดท้าย กล้วยหอมตอนนี้ วางกองอยู่แถวตลาด หวีละ 30-35 บาทลูกใหญ่ๆ

 

ในที่กำลังจะหาวิธีปลุกพืชสินค้าที่ขายดีด้วยตัวเอง  พืชเพื่อทดแทนการนำเข้า จากประเทศอื่นแล้ว

ก็ปล่อยสินค้าของตัวเองเข้าตีตลาด เรียกว่า ทุ่มตลาด โดยผ่านชายแดนแม่น้ำโขงเข้ามาทางเรือ

( ตรงนี้รุ้แล้วหรือยัง ว่าทำไมมันถึงอยากระเบิดไอ้เกาะแก่งกลางลำน้ำโขงนักหนา )

หอมใหญ่  กระเทียม ส้ม   แอปเปิ้ล  องุ่น   เข้ามาแทนที่พันธ์พื้นเมืองจนแทบหมดสิ้น

เคยเดินตามตลาดสดไหม จะเห็นกล่องเป็นภาษาจีน หรือไม่ก็ถุงตาข่ายที่ติดตราสัญลักษณ์ว่ามาจากเมืองจีน

 

เหล่านี้ ที่เล่ามาทั้งหมดไม่มีอะไร เดินตลาดสดตอนนี้อยากจะกินทุเรียนสักพู  ต้องวางเงินอย่างต่ำ 100-150 บาทต่อพุ ..ย้ำ ต่อพู

( เกิดมาครั้งแรกในชีวิตเพิ่งเจอ )

ตลาดทุเรียนกำลังขึ้นหม้อ เพราะนำส่งออกเยอะ  ราคาภายในก็สูงเป็นธรรมดา 

เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งตลาดเมืองนอกและตลาดภายใน

ของจำนวนเท่าเดิม ความต้องการเพิ่มมากขึ้น ก็เป็นธรรมดาของอุปทานอุปสงค์

เอาละจะถือเป็นโอกาสของพ่อค้า หรือของชาวสวนก็ไม่ว่าอะไร

 

แต่ก็ระวังไว้หน่อยก็แล้วกัน เพราะประเทศพ่อค้านี้เขาไม่เคยปล่อยให้ใครเอากำไรเขาได้นานๆ หรอก

อย่าลืมว่า เขาเคยเช่าพื้นที่แถวแถบบ้านเรานี่แหละ ปลูกกล้วยหอมส่งกลับมาแล้ว

 

 

 

 

+1
6
 
6 ความคิดเห็น
เขี้ยวสั้น
เขี้ยวสั้น
16 พ.ค. 2018 - 04:55

ถ้าจีนปลูกได้ (ก็น่าจะอีก5ปี)

1.เราจะได้กินทุเรียนราคาถูก

2.จีนจะส่งเข้ามาขายในไทยซึ่งราคาก็จะถูกเหมือนกัน

ที่สำคัญตอนนี้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนเป็นการใหญ่

อีก5-6ปี ทุเรียนน่าจะล้นตลาด

+
4
619
619
16 พ.ค. 2018 - 07:34

จีนเขาปลูกทุเรียนอยู่แล้วนะ นิสัยคนจีนจะแดกอะไรรสชาติจัดๆ เช่น  ถ้าเค็มก็เค็มฉิบหายเลยนะ  ถ้าหวานก็หวานเข้าใส้ไปเลย แผ่นดินจีนถือว่ามีพื้นที่เป็นอันดับ 3 ของโลกเลยนะ  เพราะฉะนั้นคนจีนมันคงไม่แห่ซื้อทุเรียนผ่านอาลีบาบาทุกปีทุกปีแบบนี้เป็นแน่หรอกนะ  ทุเรียนถึงจะเป็นผลไม้ที่อร่อยและราคาแพงก็ตาม  แต่ผมมองว่ามันเป็นพิษมากกว่านะ  ทั้งให้แคลอรี่สูง น้ำตาลสูง กินเข้าไปมากๆตายเอาได้นะผมเลือกกินส้มโอดีกว่า  เวลาแกะเปลือกมันกว่าทุเรียนอีกนะ 

  

+
3
The Kingdom
The Kingdom
16 พ.ค. 2018 - 09:35

พวกผัก ผลไม้ ถือว่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ที่กำหนดราคาด้วยตัวมันเองไม่ค่อยได้ ขึ้นกับความต้องการและไม่ต้องการของตลาด (ผู้บริโภค) เสียมากกว่า คุณสมบัติเด่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของโภคภัณฑ์ไม่เพียงพอที่จะกำหนดราคาได้ เว้นเสียแต่ว่าช่วงเวลานั้นความต้องการมันเกิดเป็นฟองสบู่สูงมาก

ใครสามารถนำเอาโภคภัณฑ์มาสร้างเป็นสินค้าเฉพาะทางจะเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้มหาศาล ยิ่งได้ต้นทุนโภคภัณฑ์มาต่ำเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างผลกำไรให้ผลิตภัณฑ์สูงมากเท่านั้น

บางทีประเทศไทยเราก็ยังข้ามไม่พ้นความเชื่อเก่าแก่และยังพยายามยึดมั่นถือมั่นความเชื่อนั้นอย่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลง จุดนี้น่าจะเป็นกับดักสำคัญที่พาให้เราผลิตแต่สินค้าโภคภัณฑ์และค่อย ๆ จนลงไปเรื่อย ๆ

หลาย ๆ คนชอบพูดปลอบใจตัวเองว่า เมืองไทยเป็นเมืองอุดมสมบูรณ์ ปลูกอะไรก็งาม เลยไม่พัฒนาต่อยอดอะไรต่อ ปลูกอะไรก็งามอยู่นั่นแล้ว โดยหารู้ไม่ว่า ที่อื่น ๆ ก็ปลูกได้

ถึงเวลาสินค้าราคาตก ก็ออกมาร้องให้รัฐช่วยพยุงราคา ปิดถนนอะไรกันไป

ถึงเวลาที่เราควรต้องข้ามไปอีกขั้น หากอยากจะหนีจากการแข่งขันแบบเชือดคอหอยนี้ที่สุดท้ายแล้ว ใครต้นทุนต่ำสุดคนนั้นอยู่รอด

ต้องหาวิธีต่อยอดให้ได้ ไม่ว่าอดีตเราดีเยี่ยมอย่างไร นั่นมันก็เป็นอดีต

มองไปที่อนาคตว่า เราจะดีเยีย่มต่อไปอย่างไรในอนาคต

เราไม่ต้องปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกผลไม้ส่งออกเองก็ได้ ถ้าสุดท้ายมันไม่สร้างกำไรคุ้มค่าให้คนปลูก (พูดแบบนี้มีสิทธิโดนไล่ออกนอกประเทศ)

แต่หาวิธีทำอย่างไรจะเอาข้าว เอายาง  เอาผลไม้พวกนี้ มาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มมูลค่าได้สูงขึ้นกว่าแค่เป็น วัตถุดิบตั้งต้นให้คนอื่นเอาไปต่อยอดแทน

แต่สุดท้ายก็มาจบตรงที่ว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ก็ ปลูก ๆ และปลูกแบบนี้มาชั่วนาตาปี

อีกสิบปียี่สิบปีข้างหน้าก็ยังตั้งคำถามเดิม ๆ แบบนี้อยู่

เคยมีนายกฯที่พยายามจะพาประชาชนหนีไปจากการเป็นแค่ผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ ที่กำหนดราคาซื้อขายอะไรไม่ได้ แต่ก็ถูกขับไล่

แล้วก็ได้นายกฯที่พยยามจะผลิตรองเท้าแตะดาวเทียมขายมาแทน

ซวยฉิบผ๋าย ประเทศนี้ หัวเราะ

 

 

+
3
หลวงพี่เตี้ย
หลวงพี่เตี้ย
16 พ.ค. 2018 - 09:48

จีนปลูกได้ก็ดี

 

ปัจจุบัน   ทุเรียนหมอนทองในประเทศราคาขายปลีกอยู่ที่  140  บาทต่อ  กก   ส่งออกให้อาลีบาบาที่  90  บาทต่อ กก

 

เรากินทุเรียนแพงกว่าคนจีน

 

ขำ 

+
3
Loading...