พลานุภาพ ในและนอกสภา

พลานุภาพ ในและนอกสภา

https://www.matichon.co.th/politics/news_2205163

09.00 : INDEX พลานุภาพ อำนาจ นิติบัญญัติ พลานุภาพ ของผู้แทน ปวงไม่ว่าการลุกขึ้นอภิปรายของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ว่าการลุกขึ้นอภิปรายของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จาก พรรคก้าวไกล

 

คือบทบาทของ ส.ส.ในฐานะ “ผู้แทนปวงชน” คือการสำแดงพลานุภาพแห่ง “อำนาจนิติบัญญัติ”

 

แม้จะรู้อยู่เป็นอย่างดีว่า มือเพียง 200 กว่ามือจากพรรคร่วม ฝ่ายค้านไม่สามารถเอาชนะมือเกือบ 300 กว่ามืออันอยู่ในอาณัติ ของฝ่ายรัฐบาลได้

 

แต่เมื่อเป็นอำนาจแห่ง”อำนาจนิติบัญญัติ”อันอยู่บนพื้นฐาน แห่ง “การเลือกตั้ง”ของประชาชน จึงสามารถสำแดงพลานุภาพแห่งตนออกมาอย่างเป็นที่ประจักษ์

 

นี่ต่างหากคือความน่ากลัว นี่ต่างหากที่สร้างความสพรึงพรั่นให้เกิดขึ้นในทางการเมือง

 

แม้ว่าจะมี 250 ส.ว.อยู่ในมือก็ยัง “หวาดกลัว”

 

ความหวาดกลัวนั้นเองที่ทำให้เกิดความพยายามในการบดขยี้และทำลายในทางการเมือง

 

ไม่ว่าการเมืองในยุคพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

 

เกิดขบวนการอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เกิดขบวนการมวลมหาประชาชนแห่งกปปส.เพื่อบรรลุสู่เป้าหมาย ใหญ่คือ “รัฐประหาร”

 

รัฐประหารเพื่อนำไปสู่การร่าง”รัฐธรรมนูญ”มาเป็นเครื่องมือ รัฐประหารเพื่อจัดวางเครือข่ายแห่งอำนาจผ่าน”องค์กรอิสระ”

และเมื่อเห็นการผงาดขึ้นมาของ”พรรคอนาคตใหม่”จึงจำเป็นต้องนำกระบวนท่าแบบเดียวกับที่เคยกระทำต่อพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

 

นำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ นำไปสู่การตัดนักการเมือง อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรร ณิการ์ วานิช ออกไปจากวงจร

 

เหมือนที่เคยกระทำกับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

ถามว่าสามารถตัดพรรคและคนเหลานี้ออกไปได้หรือไม่

 

พลันที่เปิดสภาคนก็เห็นบทบาทของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แห่งพรรคเพื่อไทย คนก็เห็นบทบาทของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แห่งพรรคก้าวไกล

 

พรรคเพื่อไทยอันเป็น”อวตาร”แห่งพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

 

พรรคก้าวไกลอันเป็น”อวตาร”แห่งพรรคอนาคตใหม่

 

บทบาทของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ บทบาทของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นั่นแหละคือเครื่องยืนยัน

 

ยืนยัน “ความคิด” ยืนยันถึง”การเมือง”ที่มีพลานุภาพ

การ์ตูน เซีย

 

 

คาบลูกคาบดอก : เปิดศึก พ.ร.ก.เงินกู้ ในและนอกสภา
หมัดเหล็ก28 พ.ค. 2563 05:03 น.
 

การพิจารณา พ.ร.ก.4 ฉบับ ประเดิมเปิดการประชุมสภาสมัยสามัญ ประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 และ พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ บรรจุให้มีการพิจารณาระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.นี้

แน่นอนว่าฝ่ายค้านคงไม่ปล่อยโอกาสทองอย่างนี้ไปง่ายๆ อาทิ พรรคเพื่อไทย มีการติวเข้มกันไปเรียบร้อย โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ที่ตั้งประเด็นการอภิปรายส่งขุนพลสภาของพรรคลงชื่ออภิปราย ร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ เอาไว้ประมาณ 50 คน

โฟกัสไปที่ พ.ร.ก.เงินกู้นำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจำนวน 1 ล้านล้านบาท เป็นการออก พ.ร.ก.เงินกู้ก่อนที่จะมีโครงการฟื้นฟูออกมาอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม จะเปิดช่องให้มีการทุจริตคอร์รัปชันกันอย่างมโหฬาร โดยเฉพาะจะเป็นโอกาสให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลนำไปใช้ประโยชน์ในการหาคะแนนเสียง ถือว่าเป็นการตีเช็คเปล่า ฉวยวิกฤติจากความเดือดร้อนของชาวบ้าน

หรือ พรรคก้าวไกล ที่มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค ทำงานชนิดคู่ขนานไปกับ คณะก้าวหน้า ที่ประกอบไปด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยะบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช เป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงความสนใจในการตีแผ่ถึงความไม่ชอบมาพากลของการออก พ.ร.ก.เงินกู้ของรัฐบาลชุดนี้

ซึ่ง การเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลและกองทัพ ของ ธนาธร และคณะ ทำกันแบบถึงลูกถึงคน เล่นจริงเจ็บจริง ล้วงลูกเข้าไปในกองทัพ โดยเฉพาะเรื่องของผลประโยชน์ในกองทัพ ทั้ง สนามมวย สนามกอล์ฟ โรงแรมสวนสนประดิพัทธ์ ยังอยู่ดีมีสุขไม่ได้ส่งคืนและมอบให้เอกชนเข้ามาบริหารจริงตามที่แถลงข่าวเอาไว้

เป็นการตอกหน้า บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ที่เคยออกมาประกาศต่อสาธารณชนว่าจะล้างบาง ธุรกิจในกองทัพ ให้หมดภายใน 3 เดือน 6 เดือนก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้

และดูเหมือนว่า การจับผิดโกหกคำโต จะตามมาอีกหลายประเด็นโดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณประจำปี 2563 เพื่อนำงบประมาณมาแก้ปัญหาโควิด-19 ที่ตั้งกรอบวงเงินเอาไว้ 100,395 ล้านบาท เอาเข้าจริงตัดลดลงมาเหลือ 88,452 ล้านบาทจากงบประมาณรายจ่ายปี 2563 กว่า 3 ล้านล้านบาท

แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ ตั้งเป้าจะลดการซื้ออาวุธมาเยียวยาประชาชน กลาโหมตัดงบได้แค่ 17,700 ล้านบาทที่เหลืออีก 19 กระทรวง ตัดกันตั้งแต่หลักร้อยล้านถึงพันล้าน ที่น้อยที่สุดคือกระทรวงการต่างประเทศตัดมา 1.5 ล้านบาท และที่ไม่ยอมโอนงบคืนเลยคือรัฐวิสาหกิจ 21 แห่ง ศาล องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบบุคลากรของหน่วยงาน รวมทั้งงบของรัฐสภาที่เคยบอกว่าจะตัดงบดูงานต่างประเทศจำนวน 93 ล้านบาท ชาวบ้านไม่ได้กินแกลบกินรำ การเมืองเตรียมเดือดทั้งในสภา นอกสภา อีกระลอก.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

https://www.thairath.co.th/news/politic/1854513

 

 

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1

1 ความเห็น

 
3 ส

ขอคารวะพลานุุภาพแห่งฝ่ายค้าน

แห่งประชาธิปไตยครับ

คารวะ

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1