บีบเหลือเกิน

บีบเหลือเกิน

ฯพณฯซูส สภาโอลิมปัส
 
กิเลน ประลองเชิง10 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

ผมดู ชิ้นทองคำเล็กเท่าปลายนิ้วก้อย สลักเทพซูส เทพบิดรแห่งสภาโอลิมปัส เครื่องรางกษัตริย์ ฝีมือสมัยกรีก ก่อน ค.ศ.ราว 2–3 ร้อยปี พอรู้ว่าเป็นงานฝีมือระดับคลาสสิก

เมื่อเอาไปเทียบงานปั้นดิน (เผา) ของปานชลี สถิรศาสตร์ งานศิลปะย้อนไปถึงยุคดึกดำบรรพ์ (พรีมีทีพอาร์ต) เกิดความอัศจรรย์ใจ เกิดแรงบันดาลใจ ต้องเปิดหนังสืออ่าน

ปานชลี เขียนเรื่องซูส ไว้ใน “เทวลีลา” สั้นๆ แต่ได้ความกระจ่าง ประทับใจ สมกับความพยายามอ่านหนังสือฝรั่งเล่มเท่าโอ่ง นับเล่มไม่ถ้วนถึง 20 ปี

ปานชลีเกริ่นว่า เทพนิยายกรีกนั้น เอาตำนานจอมเทพสุเมเรียน เซมิติก เมโซโปเตเมีย มายำรวมกัน คนอ่านเรื่องซูส แล้วก็นึกถึงหลายเทพ รวมทั้ง ธอร์ เทพสายฟ้า แห่งสแกนดิเนเวีย

สาแหรกเทพตระกูลนี้มาทางเดียวกัน พ่อระแวงลูก ลูกฆ่าพ่อชิงอำนาจจากพ่อ

ตอนเทพซูส (พฤหัส) กำเนิดเป็นโอรสสุดท้อง ของเทพโครเนิส (เสาร์) เทพอสุรี “รีอา” แม่ เอาลูกแอบหนีไปซ่อนที่เกาะครีต แล้วเอาก้อนหินห่อผ้ายื่นให้พ่อกลืนลงท้อง

เมื่อทารกเทพงอแงแผดร้องเสียงดัง แม่ก็เกณฑ์ชาวฟรีเจียนมาเต้นระบำ เอาโล่ตีกันโฉ่งฉ่าง กลบเสียงร้องไม่ให้ไปเข้าหูเทพผู้พ่อ

ครอบครัวนี้อยู่กันอย่างนี้ เรื่องก็ไปตามคำทำนาย เทพซูสเติบโตพอ ก็ชิงอำนาจจากพ่อ ดำรงฐานะเทพบิดร จัดระเบียบจักรวาล แต่เจ้าชู้ แอบได้นางไม้นางพรายเป็นกิ๊กหลายตน

หนึ่งในกิ๊ก เธทติส นางพรายทะเล มีคำทำนายนางจะได้ลูกชายยิ่งใหญ่กว่าพ่อ โรคระแวงลูกในสายเลือดเทพตระกูลนี้ ก็กำเริบ จอมเทพซูสยอมไม่ได้

วางแผนซับซ้อน ยกกิ๊กให้เปเลียส ราชาเมืองแอจินา จัดพิธีแต่งงานให้ใหญ่โต เชิญเทพทั้งสรวงสวรรค์ แต่เผลอไม่เชิญ เอริส เทพีแห่งความขัดแย้ง

เทพีเอริสโกรธมาก โยนแอปเปิ้ลทองคำ สลักว่า “แต่ผู้พิลาสที่สุด” 3 เทพี ฮีเรอ ชายาซูส อะธีเนอ เทพีสติปัญญา อโฟรไดท์ เทพีแห่งราคะ ซึ่งต่างก็เชื่อว่า “งามไร้เทียมทาน”

ต่างอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ เล่นเอาป่วนไปทั้งงาน

เรื่องตัดสินเทพีองค์ไหนสวยกว่า เทพชายนับแต่ซูสลงไปไม่กล้า โยนเผือกร้อนให้เทพพุธ พาสามเทพีไปให้มนุษย์หล่อที่สุดในโลก ชื่อ “ปารีส” ตัดสิน

ปารีสเป็นเจ้าชายกรุงทรอย โหรทำนายว่าเกิดมาทำลายบ้านเมือง จึงถูกเอาไปทิ้งให้เป็นเด็กเลี้ยงแกะที่เชิงเขาไอดา

เทพีแห่งราคะ เสนอสินบน ปารีสจะได้ครองใจหญิงงามที่สุดในโลก ปารีสตัดสินให้อโฟรไดท์ เป็นเทพีที่งามที่สุด

ปมเงื่อนป่วนสวรรค์แก้ได้ แต่เกิดปมใหม่ใหญ่กว่า ปารีสไปพาเฮเลน ชายาราชากรีกแห่งกรุงสปาตัน หนีกลับเมืองทรอย กลายเป็น “สงครามกรุงทรอย” รบกันยืดยาว 10 ปี

“เงื่อนสงคราม จำนวนปีสงคราม เท่ากับเรื่องรามเกียรติ์” ปานชลีว่า

ทั้งสงครามกรุงทรอย ทั้งรามเกียรติ์ ผมเคยสงสัย ต้นเหตุมาจากการขโมยเมียผู้ยิ่งใหญ่ แต่เมื่ออ่านเรื่องนี้แล้วจึงรู้ว่าทุกเรื่องยุ่งๆ ทุกเรื่องใหญ่ๆมาจากเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่บนสวรรค์

สงครามกรุงทรอยที่มหากวีโฮเมอร์เขียนให้คนทั้งโลกอ่าน แท้จริงแล้ว “ซูส” เทพนายกผู้นำสภาโอลิมปัสนั่นเอง เป็นต้น เหตุสำคัญ

โลกมนุษย์ก็เช่นกัน เรื่องแค่ราชาสปาตันถูกขโมยเมีย เป็นสงครามใหญ่ยืดเยื้อ รบกันเจ็บตายนับไม่ถ้วน

ทั้งสวรรค์ทั้งโลกมนุษย์ ที่เดือดร้อนวุ่นวายกันทุกวันนี้ ก็มักมาจากเรื่องเล็กๆแค่นี้แหละ.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1678610

การ์ตูน เซีย

บีบเหลือเกิน
 
แม่ลูกจันทร์10 ต.ค. 2562 05:15 น.
SHARE
 
 


 

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท ทำท่าจะ บานไม่หุบซะแล้วโยม

ประเมินสถานการณ์ล่าสุด ถ้ารัฐบาลไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างครบ 100 เปอร์เซ็นต์ตามที่กลุ่มซี.พี.ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ใช้เป็นเงื่อนไข ต่อรอง

แนวโน้มกลุ่มซี.พี.จะเซ็นสัญญาลดเหลือ 49 เปอร์เซ็นต์

โอกาสที่กลุ่มซี.พี.จะไม่เซ็นสัญญาเพิ่มเป็น 51 เปอร์เซ็นต์

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าถ้า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เกิดสะดุดหยุดกึก เดินหน้าไม่ได้อย่างที่ฉายหนังโฆษณา

นักลงทุนต่างชาติจะเกิดความไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการอีอีซีของรัฐบาล

ข้อสำคัญ ถ้ากลุ่มซี.พี.ตัดสินใจไม่ยอมเซ็นสัญญา จะทำให้วงเงินลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทยต้องแพงขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาททีเดียวเชียว

นี่คือประเด็นร้อนๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องลงมาสะสางปัญหาก่อนจะสายเกินแกง

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าตั้งแต่เปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบจาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดิมมาเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 2 บิ๊กเบิ้มพรรคภูมิใจไทย

กลุ่มซี.พี.ต้องเจอแรงบีบอย่างหนักจากฝ่ายการเมือง

นายศักดิ์สยาม รมว.คมนาคม ประกาศขีดเส้นตายให้กลุ่มซี.พี.ต้องเซ็นสัญญาภายในวันที่ 15 ตุลาคม

ถ้ากลุ่มซี.พี.ไม่ยอมเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการ

รัฐบาลจะยึดเงินคํ้าประกัน 2,000 ล้านบาท!!

จะขึ้น “แบล็กลิสต์” กลุ่มซี.พี. และพันธมิตร (กลุ่มอิตาเลียนไทย) ไม่ให้เข้าร่วมประมูลงานรัฐอีกต่อไป

ยิ่งกว่านั้น ถ้ากลุ่มซี.พี. ไม่ยอมเซ็นสัญญา กระทรวงคมนาคมจะเชิญผู้ได้รับคัดเลือกอันดับ 2 มาเจรจาแทนกลุ่มซี.พี.ทันที

ปรากฏว่า กลุ่มทุนที่รอเสียบโครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแทนกลุ่มซี.พี. คือ กลุ่มบีทีเอส กับพันธมิตร คือ บริษัทไฟฟ้าราชบุรี

และบริษัทซิโนไทยคอนสตรัคชั่น ของตระกูลชาญวีรกูล นั่นเอง

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่ากลุ่มซี.พี. ซึ่งมีสายสัมพันธ์แน่นปึ้กกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล จะไม่ยอมอ่อนข้อตามคำขู่ฟ่อๆ ของ รมว.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย

เพราะการเซ็นสัญญามูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท โดยไม่มีหลักประกันว่ารัฐบาลจะสามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด 4,400 ไร่ ภายใน 2 ปี

กลุ่มซี.พี.คงแบกความเสี่ยงไม่ไหวแน่นอน

ล่าสุด ที่เป็นข่าวฮือฮา คือ “บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย” ซึ่งมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พร้อมใจยื่นใบลาออกยกทีม

เมื่อไม่มีบอร์ดการรถไฟฯ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับกลุ่มซี.พี.

การเซ็นสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงก็ไม่ทันกำหนดเส้นตายวันที่ 15 ตุลาคม!!

นายศักดิ์สยาม รมว.คมนาคมต้องจำใจเลื่อนเส้นตายไปอีก 10 วัน

ให้กลุ่มซี.พี.ต้องเซ็นสัญญาในวันที่ 25 ตุลาคม

ถามว่า วันที่ 25 ตุลาคม กลุ่มซี.พี.จะยอมเซ็นสัญญาหรือไม่??

ตอบว่า...ยังไม่เซ็น

เอ้า...ไม่เชื่อก็คอยดู.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1678580

..............

...........................

..................................................

ดีเดย์แบนสารเคมี
 
หมัดเหล็ก10 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 


 

การประชุม คณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้าเกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิก สารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ที่มี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ เป็นประธาน มีมติ 9 ต่อ 0 ให้ยกเลิก สารเคมีวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด และให้พิจารณาเป็นสารอันตรายจากบัญชีประเภทที่ 3 ไปเป็น บัญชีประเภทที่ 4 คือ เป็นสารเคมีที่ แบนห้ามนำเข้า ต่างจากประเภท 3 ไม่ได้ห้ามนำเข้าแต่ต้องขออนุญาตนำเข้า

มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป

ส่วนจะมีผลตามประกาศคือ ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต โดยหลังจากนี้จะนำมติที่กรรมการทุกคนลงนามรับรองผลการประชุม เสนอไปที่นายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นจะเสนอต่อ คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่จะต้องมีการประชุมให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ธ.ค.ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องที่ต้องตั้งข้อสังเกตดังต่อไปนี้ก็คือ สารเคมีอันตราย ที่มีการนำเข้ามาแล้วหรือวางจำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้จะจัดการอย่างไร และจะใช้สารเคมีประเภทที่ไม่มีสารตกค้างอันตรายหรือตกค้างน้อยที่สุด ไม่เกิดผลกระทบกับชาวบ้านชนิดไหนมาทดแทน

เท่าที่มีข้อมูลจากเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ มีการขึ้นทะเบียนคำขอนำสารเคมีอันตรายเข้่ามาใช้ในการเกษตรมากกว่า 4,000 คำขอ และคาดว่าจะมีสารเคมีอันตรายที่นำเข้าประเทศประมาณปีละ 100 ล้านกิโลกรัม

แสดงว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้สารเคมีอันตรายโดยไม่มีการควบคุมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในระหว่างที่รอการดำเนินการ แบน สารเคมีอันตรายดังกล่าว จะจัดการอย่างไรกับคำขอการนำเข้าสารเคมีที่ค้างอยู่ เพราะไม่ได้มีการ แบนในทันที ตามที่มีการตั้งข้อสังเกต จึงอาจเป็นช่องว่างในการนำเข้าสารเคมีอันตรายและเป็นช่องทางในการหาผลประโยชน์หรือไม่

ที่ต้องโฟกัส คือ คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีคณะกรรมการประกอบด้วยข้าราชการระดับสูงของกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า คณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็น 4 ฝ่ายในการ ยกเลิกสารเคมีวัตถุอันตราย มีเพียง อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพียงเสียงเดียวที่อยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย

เบื้องหน้าเบื้องหลังของเรื่องในอดีต มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการตายผ่อนส่งของชาวบ้าน โดยเฉพาะเกษตรกรตั้งแต่ระดับกระทรวงจนถึงบริษัทเอกชน ทำมาหากินกันมานานโดยไม่ได้มีการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในสุขภาพของชาวบ้าน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯที่อยู่ใกล้ชิดให้คุณให้โทษกับเกษตรกรมากที่สุด

กลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ฉิบ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

https://www.thairath.co.th/news/politic/1678696

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1

2 ความคิดเห็น

 
willy

0221

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ่เห้ตูบ

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0