จากเสือตัวที่๕..กลายเป็นลาดมก้น

จากเสือตัวที่๕..กลายเป็นลาดมก้น

จากเสือตัวที่๕..กลายเป็นลาดมก้น

http://bangkok-today.com/web/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%...

จากเสือตัวที่๕..กลายเป็นลาดมก้น

ฝีมือไม่ถึง..

ขีดความสามารถหย่อนยาน

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “รัฐบาล คสช.” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ที่ใช้บริการยี่ห้อ “เสี่ยกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นจุดขายขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศชาติ…

ทุกปาก-ทุกสายตา บอกว่าห่อเหี่ยว-โดดเดี่ยว ตลอด ๓-๔ ปี “รัฐบาล คสช.” แก้ปัญหายิ่งสาละวันเตี้ยลง

ฟังความเห็นที่ออกมาฉับๆ-สับไกยิง ของ ธนาคารโลก และ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ต่อเศรษฐกิจที่ร่วงหล่น เป็นใบไม้ที่หลุดจากขั้ว

เศรษฐกิจไทยกลิ้ง-ดิ่งตกต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ผงกหัวยกศีรษะ เพียง ๔ %

เป็นอัตราเฉลี่ยที่ ธนาคารโลก และ เอดีบี มองว่าย่ำแย่-เลวร้ายมาก ที่สุดในภูมิภาค..

และเป็นตัวเลขการเจริญเติบโต “ที่แย่ที่สุด” อยู่ปลายทางอันแสนต่ำต้อย ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทั้งหมดในเอเซียตะวันออก เสียด้วย

ไม่สามารถเผยอ ทำตัวเคียงบ่า-เคียงไหล่ เกินฐานะไปเทียบ กับ เวียตนามที่เศรษฐกิจโต (๖.๙๔) มาเลเซีย โต (๕.๙%) กัมพูชาพุ่งพรวด เป็นจรวดติดปีกบิน (๗%)

ยิ่งกับประเทศลาว เศรษฐกิจเขาพุ่งหลาวไปข้างหน้า ถึง (๗.๓%)

ซึ่งฐานะสภาพความเป็นอยู่ของเศรษฐกิจไทยนั้น.. ธนาคารโลก และ เอบีดี ..ไม่เห็นโอกาสที่เศรษฐกิจเรา ภายใต้การนำของรัฐบาลนี้ จะสามารถทำให้ดีขึ้น!!

ถ้ารัฐบาลนี้ยังรำป้อ-เป็น ครม.อีกต่อไป.. เราก็ยิ่งจะล้าหลัง-อยู่รั้งท้าย เพื่อนบ้านเอเซียนทุกประเทศ

ทั้ง ธนาคารโลก และ เอบีดี ล้วนเป็นกระจก-คันฉ่อง ที่ส่องได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะเขาไม่มีอคติ-ความลำเอียง มาวินิจฉัยชี้ขาด

นับว่าเป็นกระจกบานใหญ่-ที่ใสสะอาด ส่องให้เห็นก้นบึ้ง เศรษฐกิจไทย… โดยมองฝีมือ “รัฐบาล คสช.” ด้วยความเป็นห่วงต่อการแก้ปัญหา ที่ช้าเกินการณ์

ประเทศไทยจากเสือตัวที่ ๕ เศรษฐกิจเรืองรอง สุกสว่าง เปล่งปลั่ง จนใครต่างก้าวเดิมตาม

เดี๋ยวนี้กลายเป็น “ลา” เชื่องช้า ไม่คล่องแคล้ว อืดอาด มีแต่ตามเดินก้น กินฝุ่นกระทั่ง “ประเทศลาว”

ที่เศรษฐกิจไทยตกต่ำ-ด้อยค่า อับจนทุกวันนี้ เพราะมีการประเคน “ชิ้นเค้ก” ที่แสนหอมหวานอร่อยลิ้นให้กับบางกลุ่ม…

ก้อ,น่าจะเป็น “กลุ่มเจ้าสัว” อภิมหาเศรษฐี-คหบดีเมืองไทยไม่กี่ตระกูล ที่เข้าไปหยิบชิ้นปลามัน จากนโยบายและโครงการ ที่ “รัฐบาล คสช.” หว่านลงไป

แต่ไม่ถึงมือคนยาก-คนจนกลุ่มรากหญ้า ตามโปรแกรมที่คิดเอาไว้

กลับถูก “เสือนอนกิน” เหล่าเจ้าสัว-คหบดี ที่เป็น “พ่อค้าคนกลาง” เจาะเอาไข่แดงไปกิน

เศรษฐกิจที่ “รัฐบาล คสช.” คุยฟุ้ง-คุยเฟื่อง ไปเจ็ดย่านน้ำมหาสมุทร ว่าดีเด่เช่นนั้น-เช่นนี้ ล้วนเติบโตปีกกล้า-ขาแข็งเฉพาะ “คนรวยยิ่งรวยขึ้น”

ส่วนคนรากหญ้า คนในชนบท ที่เป็นหัวใจและกำลังแห่งแผ่นดินนั้น เขาได้รับผลประโยชน์ตรงไหน ..กับมาตรฐานอัดฉีด-อัดเม็ดเงิน ที่ “รัฐบาล คสช.” สู้ปั้นแต่งขึ้นมา

เมื่อชาวรากหญ้า ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า เขามีสะตุ้ง-สตางค์ เสียที่ไหนกัน

แต่ดัชนีค่าครองชีพ-ถีบตัวทะยานขึ้น ไปดักรอล่วงหน้าก่อนที่เงิน จะมาถึงมือ

ส่งผลให้ พ่อค้า-แม่ค้ารายย่อย  ร้านขายของชำ พวกที่ขายของตามตลาดนัด ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “กำลังซื้อของคนมีน้อย” ทำให้การค้าระดับล่างซบเซา เงินไม่สะพัดเท่าที่ควร

ต้องบอกว่าผลงาน “รัฐบาล คสช.” ทำให้บรรดาเจ้าสัว-รวยเงินท่วมหัว มากยิ่งขึ้น

ส่วน “รากหญ้า” และ “คนชั้นกลาง” ประสบกับความยากจน-ข้นแค้น กันทั่วหน้า

“รัฐบาล คสช.” มีฝีมือแก้เศรษฐกิจไม่มาก..แถมไม่กระดาก-ยังบากหน้าคิดเป็นรัฐบาลอีกหรือ?

“กะพรุนไฟ”

๑๗ เมษายน ๒๕๖๑

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    7

6 ความคิดเห็น

 
ICT

1499319995297-10-768x358

ฉลามเขียว :

ไม่เห็นโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นได้

http://bangkok-today.com/web/%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%...

3-Copy14

การที่เรายังไม่ตายเป็นเรื่องดี

การที่เราได้มีชีวิตอยู่ในยุคนี้เป็นเรื่องดี

ผมขอแสดงความยินดีกับคนไทยทุกท่านนะครับที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย  ทำให้ท่านได้เห็นและรู้จักคำว่า “บารมีคับซอย” มันอย่างนี้นี่เอง

ตั้งแต่ฟ้าแจ้ง จันทร์ 16 เมายน 2561 ข้าราชการพรึ่บ  คนในคณะรัฐบาลพรึ่บ  พากันไปบ้านเลขที่ 58 ซอยลาดพร้าว 71 เพื่ออวยพรวันเกิดให้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯควบรวม.กลาโหม  ส่วนจะมีพ่อค้านักธุรกิจไปร่วมอวยพรด้วยมากมายแค่ไหนก็ไม่ทราบล่ะครับ   สื่อมวลชนไม่รายงาน ท่านเน้นไปที่บรรดาขุนศึก  ไปกันครบหน้าครบตา  น่าชื่นใจยิ่ง

บารมีคับซอย   เจ้าของคำกล่าวนี้ในปี 2561 คือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ครับ  เมื่อได้มีบรรดาทหารกับตำรวจจากหลายหน่วยถูกระดมมาอำนายความสะดวกผู้มางาน  ซอยลาดพร้าว 71 เนืองแน่น  ก็มีการตรวจค้นรถราบ้างนิดหน่อย  ในขณะที่ นายเอกชัย  หงส์กังวาล  โดนล็อกตัวแต่เช้าไปไม่ถึงบ้านพลเอกประวิตร

บารมีคับซอยของพลเอกประวิตร  เป็นบารมีในทางที่ดีนะครับ

เพราะท่านทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศไทยมากเหลือเกิน  รับราชการมา 40กว่าปี ไม่เคยทุจริตแม้แต่บาทเดียว  เป็นรัฐมนตรีก็หลายยุค  และหลายสมัย ไม่เคยคดบ้านกินเมือง  ความดีทำให้เดกิดบารมี  คุณงามความดีเหล่านี้ก็ทำให้บารมีเบ่งบาน  ดังที่เราคนไทยปรากฏแก่ตาแล้ว

เพราะ ฉลามเขียว  เป็นกองเชียร์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ก็ต้องเชียร์พลเอกประวิตรด้วยครับ  เพราะพลเอกประวิตรใหญ่กว่าพลเอกประยุทธ์  ในฐานะเป็นพี่ใหญ่ของชาวบูรพาพยัฆค์

30725320_1776539212404529_954959542741893120_n

คลิกอ่านเฟชบุ้ค  วาสนา นาน่วม

https://goo.gl/S9Xf9D

https://goo.gl/aTxSWi

23561825_10203910193432474_1608323413696328675_n

ผมเชื่อว่าคนไทยรู้ดีอยู่แล้ว  ช่วงราชการหยุดยาว  ข่าวการเมืองที่ปรากฏในสื่อทั้งในสื่อกระแสหลัก สื่อโซเชียล ส่วนใหญ่เป็น “ข่าวแห้ง”  หรือข่าวที่แถลงไว้ก่อนจะหยุดยาว  มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า ข่าวนี้จะปล่อยวันไหน  ปล่อยพร้อมกัน  จึงทำให้ดูเหมือนว่า  ท่านช่างขยันเป็นข่าวจริง  ซึ่งเราก็รู้แล้วบางท่านท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ  ก็มีข่าวออกสื่อในไทยฉอดๆ   เหล่านี้คนไทยรู้ทันแล้ว  ผมไม่ต้องเล่าซ้ำ

ข่าวการเมืองช่วงหยุดยาวสงกรานต์ 12-16 เมษายน 2561 จึงเซ็งมาก

มีคนเดียวแหละครับ  ที่เป็นข่าวจริงๆ  สดๆ  ออกในวันนั้นๆจริงก็คือ “พิชัย นริพทะพันธุ์”  … พิชัยตัวแสบ … เขย่าประเด็นเศรษฐกิจไทยไม่ดีได้แรงมากอีกแล้วในระลอกนี้

พิชัย  นริพทะพันธุ์ กับ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส  ท่านจะรู้จักกันรึไม่ผมก็ไม่รู้นะครับ  แต่เห็นว่า “ประเด็น” ของผู้แตกฉานเศรษฐกิจสองท่านนี้ตรงกัน  ชี้ภาวะแท้จริงของเศรษฐกิจไทยไปในแนวทางเดียวกัน

ผมถือว่าข่าวของ ดร.โสภณ ที่เผยแพร่ไว้ใน เว็บไซต์กรุงเทพฯธุรกิจ 13 เมษายน 2561  กับข่าวของ ท่านรัฐบาลพิชัย ที่แถลงข่าวใหม่จริงๆ 14 กับ 15 เมษายน 2561  เป็นข่าวที่อ่านแล้วมีคุณค่า

ฉลามเขียว จะรออะไรอีกล่ะ

ก็ลอกสิครับ

ผมได้ลอกของทั้งสองท่านมาลงไว้ในวันนี้  เพื่อคนไทยผู้ที่จะกลับเข้าสู่การทำงานเหมือนเดิมในวันอังคาร 17 เมษายน 2561 จะได้รู้ชะตากรรมจริงของตัวเองว่าเศรษฐกิจมันไม่ได้ดีหรอกนะ

คลิกอ่านกรุงเทพฯธุรกิจ

https://goo.gl/zUxRP1

เศรษฐกิจทรุดหนัก ฝากบอก… ด้วย

ทุกวันนี้ทางราชการใช้สื่อซึ่งครอบงำไว้อยู่หมัดโหมโฆษณาชวนเชื่อว่าเศรษฐกิจดี แต่แท้จริงแล้วเศรษฐกิจกำลังเสื่อมทรุดอย่างหนัก

อันนี้ผมไม่ได้คิดจะหักหน้าหรือไปขวางทางใคร ผมก็รักตัวกลัวตายเหมือนกัน ผมไม่ได้คิดอยากดัง ถ้าอยากได้ดีด้วยอามิสก็คงเชียร์รัฐแบบสุดลิ่มทิ่มประตู แต่ผมก็รักชาติเหมือนกัน กลัว ดร.สมคิด  พาพวกเราไปตายเพราะหลับหูหลับตาบอกว่าเศรษฐกิจดี

ผมก็เพิ่งสำรวจความเห็นของผู้ค้าในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี สยามพารากอน และห้างเอ็มควอเทียร์ เมื่อ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นห้างสุดหรูเริดในสยามประเทศ ผลปรากฏว่าคะแนนเฉลี่ย  อยู่ ที่ 4.8 จาก 10  เท่านั้น (https://bit.ly/2EtZdQc) คือต่ำกว่าระดับปานกลางที่ 5 (คะแนนจาก 1-9) นี่แสดงว่าขนาดห้างดังๆ หรูๆ ก็ยังประสบปัญหาในการขาย และสถานการณ์การขายไม่ได้ดีขึ้นจริง

แต่บางคนอาจแก้ว่า เดี๋ยวนี้เขาสั่งซื้อของออนไลน์ เศรษฐีก็ไปซื้อของแพงๆ ที่เมืองนอกโดยตรง อันนี้คงเป็นความเข้าใจผิด เพราะของที่ขายในห้างหรูเริดนี้ เขาไม่ได้เน้นขายออนไลน์ เศรษฐีนี่แหละที่มาจับจ่ายในห้างเหล่านี้ ยังได้คะแนนแค่นี้ แม้แต่ร้านอาหารก็ยังเหงาเลย ยิ่งถ้าเทียบกับห้างเทอร์มินอล 21 อโศก ซึ่งเกรดต่ำลงมาหน่อย สถานการณ์แย่กว่า 4 ห้างดังนี้อีก ยิ่งถ้าไปห้างในย่านชานเมือง หรือต่างจังหวัด สถานการณ์เสื่อมทรุดกว่านี้มาก

ทางราชการโหมโฆษณาว่านักท่องเที่ยวมากันมากมาย กระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีนักแล แต่แท้จริงแล้ว ผู้ค้าทั้งหลายรู้สึกว่านักท่องเที่ยวมามากกว่าเดิมบ้าง (ไม่ใช่มหาศาลดังว่า) แต่ไม่ได้ซื้อ กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน มาเดินดูมากกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวตะวันตกก็เป็นพวกที่มีกำลังซื้อจำกัด โดยเฉพาะกลุ่มสะพานเป้ ซึ่งก็ไม่ได้ซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าใด ๆ อยู่แล้ว

ผมมีเสียงสะท้อนจากคนรากหญ้าที่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยค่อนข้างเสื่อมทรุด ยิ่งในช่วง Low Season (พฤษภาคม – ตุลาคม) นี้ จะยิ่งแย่กว่าเดิม โดยรวมแล้วแย่กว่า 4 ปีก่อน เซลล์ขายห้องชุดก็บอกว่าการค้าสมัยนี้แย่กว่าสมัย 4 ปีก่อนอย่างชัดเจน ชาวบ้านบอกว่ายุคนี้ดีเฉพาะคนรวย แต่ชาวบ้านทั่วไปลำบากมาก

ผู้ค้าบริเวณวัดอรุณราชวราราม ท่าเตียนแถววัดโพธิ์ ท่าช้างแถวพระบรมมหาราชวัง และถนนข้าวสาร แหล่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดในกรุงเทพ พบว่า นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจริง คือประมาณ 2.5% จากต้นปี2560 แต่รายได้ลดลงเหลือ 97.2% (จาก 100%) ซึ่งแม้ไม่ได้ลดลงมาก แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของชาติก็ดูตกต่ำลงจาก 100% เหลือ 96.7% เท่านั้น และที่สำคัญในปี 2562 คาดว่ายังจะลงต่อไปเหลือ 93.3% (https://goo.gl/qnscHx)

ผลการสำรวจที่คล้ายกันในย่านพัฒน์พงศ์ ปรากฏว่าส่วนมากประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลด-เศรษฐกิจตก สวนทางตัวเลขทางการ (http://bit.ly/2wzVgFL) และเมื่อเดือน พ.ค.2559 ดร.โสภณ ก็ได้ให้คณะไปสำรวจความเห็นของคนขับแท็กซี่ ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ต่างมองว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง (http://bit.ly/1TgPQra) ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่มาเป็นหมู่คณะไม่ได้มาใช้บริการแท็กซี่ แต่นักท่องเที่ยวชาติอื่นก็ลดน้อยลงเช่นกัน

อย่ากระดี๊กระด๊าว่าธนาคารโลกปรับเศรษฐกิจไทยดีขึ้นเป็น 4.1% แล้ว (https://bit.ly/2JyGJBQ) นี่มันเป็นการมองด้านเดียว โดยเน้นการส่งออก และที่สำคัญที่สุดก็คือ นี่เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในอาเซียน ไทยได้อันดับ 8 ในอาเซียน โตเร็วกว่าเฉพาะสิงคโปร์และบรูไนที่เป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวรวยกว่าไทยถึง 5-7 เท่าเข้าไปแล้ว ถ้าเขาเติบโตในอัตราต่ำกว่าไทย ก็ได้มากโขกว่าไทยมหาศาล อย่าลืมว่าในสมัยยิ่งลักษณ์ เศรษฐกิจไทยในปี 2555 ก็เคยเติบโต 7.2% มาแล้ว ตอนที่ยิ่งลักษณ์เข้ามาปี 2554 เศรษฐกิจตกเหลือแค่ 0.8% ด้วยซ้ำไป ดังนั้นในสมัย คสช.ที่เข้ามาตอนปี 2557 ณ อัตราเจริญเติบโตที่ถูกการเมืองลากถูกลงมาเหลือ 0.9% แล้วโตเป็น 4.1% โดยใช้เวลาถึง 4 ปี จึงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย

มาตรการอย่างหนึ่งที่เราพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจก็คือการให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือเช่า 99 ปี ซึ่งเป็นการคิดผิดๆ มาโดยตลอด

17-24 มกราคม: ผมเดินทางไปประชุม Pacific Rim Real Estate Society ณ นครโอ้กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ที่นั่นเศรษฐกิจเติบโตมาก ต่างชาติแห่กันไปซื้อบ้านจนเขากำหนดห้าม แต่ไทยจะ “ขายชาติ” ท่าเดียว

29 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์: ผมไปสอนวิชาการประเมินค่าทรัพย์สินด้วยแบบจำลองทางสถิติที่กรุงคัมปาลา ประเทศยูกันดา ที่นั่นเศรษฐกิจก็กำลังโต แต่เขาไม่ให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์เลย

18-22 กุมภาพันธ์: ผมได้มีโอกาสไปร่วมท่องเที่ยวและประสานงานด้านธุรกิจ ณ ประเทศศรีลังกา ทุกวันนี้มหาอำนาจเช่นจีนและอินเดียต่างแผ่เข้ามาในศรีลังกา แต่ศรีลังกาก็ใจแข็ง ไม่ให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์เด็ดขาด

1-4 มีนาคม: ผมไปประชุมกับสมาคมนายหน้ามาเลเซีย ที่ว่ามาเลเซียให้ต่างชาติเช่าที่ 99 ปี ก็เป็นเรื่องเท็จ ต่างชาติซื้อบ้านที่มีค่าตั้งแต่ 2 ล้านริงกิตขึ้นไป (17 ล้านบาท) ที่สิงคโปร์ผู้ที่เช่าที่ดินได้ 99 ปีส่วนมากก็คือบริษัทมหาชนท้องถิ่น และเขาให้เช่าเป็นแปลงๆ ทั้งสองประเทศไม่ได้ให้ซื้อเปรอะไปหมดแบบประเทศไทย

17-23 มีนาคม 2561 ผมได้ไปสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล แม้จะยากจนข้นแค้น เขาก็ไม่อนุญาตให้ต่างชาติไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ใด ๆ เลย

24-25 มีนาคม: ผมไปประชุมสมาคมเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์อาเซียนที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ทราบมาว่าที่นั่นเคยให้ต่างชาติเช่า 99 ปี เดี๋ยวนี้เหลือ 50 ปีสูงสุด ที่ลาวที่เคยให้เช่ายาวๆ ก็เหลือ 25-50 ปีแล้ว

30 มีนาคม – 1 เมษายน: ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายที่นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ที่นั่นเขาก็ไม่เคยคิดให้ต่างชาติไปซื้อที่ดิน ยกเว้นห้องชุดซื้อซึ่งได้แค่ 40% แต่ก็มีเพียงหยิบมือเดียว

บอกความจริงให้คนไทยรู้ เพื่อทุกคนเตรียมตัวรัดเข็มขัด ดีกว่าหลอกลวงกันไปวันๆ นะครับ

คลิกอ่านเฟชบุ้ค

พิชัย นริพทะพันธ์

https://goo.gl/aiK9LK

Pichai Naripthaphan

“ความจริงทางเศรษฐกิจไทย” จาก ธนาคารโลก และ เอดีบี

ที่รัฐบาลบอกว่าดีนักดีหนา ความจริงเป็นอย่างไร จาก นสพ. บางกอกโพสต์ หน้า 2 แปลดังนี้

(ผมเองได้บอกหลายครั้งแล้ว แต่ฟังจากธนาคารโลกและเอดีบี ดีกว่า)

เศรษฐกิจ

ข่าวดี และ ข่าวร้าย สำหรับทุกคนที่นี่ ข่าวดีก่อน ธนาคารโลก และ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (เอดีบี) ยกระดับประมาณการเล็กน้อยและตกลงว่า จีดีพี ไทยอาจจะขยายได้ 4 % หรือ ประมาณนั้น หรือ อาจจะน้อยกว่าเล็กน้อยในปีหน้า ยอดเยี่ยม ใช่ไหม ? ใช่ แต่ว่า ข่าวร้ายคือ ตัวเลขนี้ต่ำกว่า อัตราเฉลี่ยที่ ธนาคารโลก และ เอดีบี ทำนายการเจริญของโลก ซึ่งเป็นตัวเลขการเจริญเติบโตที่ย่ำแย่ที่สุดในภูมิภาค และ เป็นตัวเลขการเจริญเติบโตที่ย่ำแย่ที่สุดในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมดในเอเซียตะวันออก ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำสุดในการคาดประมาณการเจริญเติบโต – ต่ำกว่า เวียดนาม (6.9%) และ มาเลเซีย (5.9%) ย่ำแย่กว่า กัมพูชา (7%) และ ลาว (7.3%) ข่าวที่แย่ที่สุดคือ ทั้งธนาคารโลก และ เอดีบี ไม่เห็นโอกาสที่เศรษฐกิจของไทย ภายใต้การนำของรัฐบาลปัจจุบัน จะสามารถทำให้ดีขึ้นได้นอกจากจะยิ่งตกต่ำลงไปและต่ำลงไปเรื่อยๆ ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านเอเซียนทุกประเทศ

30707864_10204454414797668_791923919920562176_n

คลิกอ่าน  พิชัย นริพทะพันธุ์

https://goo.gl/gg9Gbq

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน  รัฐบาลพรรคเพื่อไทย  แถลงแก่ผู้สื่อข่าวเมื่อเช้าวันที่ 16 เมษายน 2561 ว่า ตามที่ ธนาคารโลก และ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (เอดีบี)  บอกว่า   แม้ว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะขยายตัวได้ประมาณ 4 % ซึ่งรัฐบาลโดยนายสมคิด รองนายกฯ พยายามจะบอกว่าดีสุดๆ นั้น ความเป็นจริงคือ ธนาคารโลกและเอดีบี บอกชัดเจนว่า การเจริญเติบโตที่ 4% นี้ต่ำกว่า อัตราเฉลี่ยที่ ธนาคารโลก และ เอดีบี ทำนายการเจริญของโลก ซึ่งเป็นตัวเลขการเจริญเติบโตที่แย่ที่สุดในภูมิภาค และ เป็นตัวเลขการเจริญเติบโตที่แย่ที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมดในเอเซียตะวันออก ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำสุดในการคาดประมาณการเจริญเติบโต – โดยต่ำกว่า เวียดนาม (6.9%) มาเลเซีย (5.9%) กัมพูชา (7%) และ ลาว (7.3%) และที่ต้องเน้น เรื่องที่แย่ที่สุดคือ ทั้งธนาคารโลก และ เอดีบี ไม่เห็นโอกาสที่เศรษฐกิจของไทย ภายใต้การนำของรัฐบาลปัจจุบัน จะสามารถทำให้ดีขึ้นได้ นอกจากจะยิ่งตกต่ำลงไปเรื่อยๆ ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านเอเซียนทุกประเทศ ซึ่งเป็นไปตามที่ตนได้พูดอยู่เสมอแต่รัฐบาลหาว่าตนให้ข้อมูลที่บิดเบือน แล้วอย่างนี้ ธนาคารโลกและเอดีบีให้ข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่ วิกฤติกบต้มที่เศรษฐกิจไทยจะเสื่อมลงไปเรื่อยๆเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านยังเป็นอยู่ และเป็นแบบนี้มาตลอดหลายปีแล้วตั้งแต่มีการรัฐประหาร จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ฟังความจริงจากองค์กรสากลระหว่างประเทศ และอย่าเชื่อนายสมคิดทั้งหมด และอยากให้นายสมคิดได้ฟังและอยากให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วย อย่าให้ข้อมูลเกินจริง ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนสับสนได้ และไม่อยากให้นักการเมืองชื่นชม รัฐบาล และ คสช. เพียงเพราะรัฐบาลและ คสช. ช่วยพัฒนาซ่อมแซมถนนในพื้นที่ให้เท่านั้น ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศยังย่ำแย่ และหากเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีกเรื่อยๆ จะยิ่งไม่สามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจได้

ลอกมาครับ  และผมก็เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ได้อ่านแล้ว  เพราะท่านเป็นคนที่อ่านด้วยตัวเอง

24-2ชัยยุทธ-คำคุณ-รองอธิบดีกรมศุลกากร

ชัยยุทธ  คำคุณ

และผมก็เชื่อด้วยว่า ในสัปดาห์นี้ ท่านพลเอกประยุทธ์ จะคิดวิธีออก ทำยังไงสั่งแล้วกรมศุลกากรถึงจะนำ 317/2547 กลับมาใช้ทันที

อันนี้ยากมากสำหรับพลเอกประยุทธ์ เพราะสั่งตั้งแต่ 23 กุมภาพันธ์ 2561  และ 4 เมษายน  ท่านรองปลัดฯสำนักนายกฯก็เรียกเข้ามารับคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของนายกรัฐมนสตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ยังไม่เกิดการปฏิบัติ  รองอธิบดีกรมศุลกากร “ชัยยุทธ คำคุณ” แถลงข่าว หลังสงกรานต์จะหารือให้ชัดเจนก่อน

ฉลามเขียว  คุกเข่าซูฮกท่านรองฯชัยยุทธไปแล้ว

ยากมาก – แต่ก็ต้องคิดครับท่านนายกฯ เพราะนายกรัฐมนตรี ใหญ่ที่สุดในระบบการบริหารราชการแผ่นดิน

ฉลามเขียว

16 เมษายน 2561

bangkoktoday.com

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    7
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    7
 
619

สมัยในยุคทักษิณไทยแม่งผงาดเกือบจะได้เป็นเสือตัวที่ 5 ในภูมิภาคนี้แล้วนะ  แต่นับวันผ่านไปจนมาถึงยุค ออเจ้า  ออเจี๋ยว จากเสือกลายเป็นอะไรดีว่ะเนี้ย ขำๆ

  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    5
 
Prem

....ก็หมา(ขึ้เรื้อน)น่ะซี้

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    15
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    3
 
619

มองออก 

  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    2
 
3 ส

ไอ่ตูบYES !

  • หลงรัก
    6
  • ว้าว!
    8
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    6
 
tongtata

ไอ่ตูเบ้  YES !

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    2