คุยเหมือนกันว่า ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ......เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นคนละเรื่อง!??

คุยเหมือนกันว่า ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ......เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นคนละเรื่อง!??

ชักธงรบ : กำเนิดหนุมาน
 
 
 
 

เมื่อผมเขียนว่าอภิมหาอสูร ฮัมบาบาตัวใหญ่เท่าฟ้า ผู้ร้ายใน “กิลกาเมซ” มหากาพย์ ฉบับแรกของโลก เขียนด้วยภาษาสุเมเรียนบนแผ่นดินเหนียว อายุ 5 พันปี เป็นต้นแบบหนุมานในรามายณะของอินเดีย

ผู้รู้ทัก “โมเมมั่ว” ไปหรือเปล่า มีหลักฐานยืนยันบ้างหรือเปล่า?ผมอ่านมาว่า ผู้แต่งกิลกาเมซ อยู่แถวอิรัก เป็นฤาษี ก็เข้าเค้า วาลมิกิ ฤาษีอินเดีย ผู้แต่ง “รามายณะ” หลังมาอีกสองสามพันปี เรื่องเล่าจากจินตนาการของฤาษี ผ่านวันเวลายาวนาน เรื่องก็ยิ่งโลดโผนโจนทะยาน

หนุมาน ในรามายณะของอินเดียผมเพิ่งฟังจากยูทูบ คุณสัมฤทธิ์ ลือชัย บอกว่าเคยไปดูภาพแกะสลักหินในถ้ำที่อินเดีย หนุมานแหวะอกเห็น พระราม นางสีดา แสดงว่า หนุมานมีรักเดียวให้สองนาย

หนุมานอินเดียมีวัตรปฏิบัติแบบนักพรต ตั้งหน้าแต่จะทำงาน ไม่มีเมียเลยสักคน

เมื่อเหาะข้ามทะเลมาถึงเมืองไทย รามายณะกลายเป็นรามเกียรติ์ หนุมานกลายเป็นขุนแผน ไปทำงานที่ไหนก็จีบสาวเอาเป็นเมียใช้ไม่เลือกคนเลือกยักษ์เลือกปลา กระทั่งนางมณโฑ เมียทศกัณฐ์

หนุมานฉบับรามเกียรติ์ มีกุณฑล (ตุ้มหู) มีขนเพชร มีเขี้ยวแก้ว หาวเป็นดาวเป็นเดือน แต่ที่ยังรู้กันบ้าง แต่ยังไม่ค่อยแน่ใจ ก็คือไม่รู้ว่า หนุมานเป็นลูกใครแน่ เท่าที่เคยรู้ก็รู้ว่าหนุมานเป็นลูกพระพาย

แต่ความจริงกระบวนการปั้นหนุมานเป็นตัวเป็นตนนั้น พระพายเป็นเพียงผู้ประสานงาน

ส.พลายน้อย เขียนไว้ใน “อมนุษย์นิยาย” ว่า “พระอิศวรได้มอบเทพอาวุธ พร้อมกำลังกายา” ให้พระพายเอาไปซัดเข้าปากนางสวาหะ เกิดเป็นหนุมาน เทพอาวุธ พอได้เค้า แต่ “กำลังกายา” ต้องไปหาอ่านต่อ

ได้เรื่องว่า คราวหนึ่งพระอิศวรสั่งให้พระนารายณ์แปลงกายเป็นผู้หญิงสวย ไปปราบอสูรใหญ่ นารายณ์แปลงสวยจับใจจนพระอิศวร ทรงพระกระสันกลั้นไม่ไหว ปล่อย “น้ำรัก” หลุดหยดหนึ่ง แต่ยังทรงไวคว้าไว้ในมือ

“น้ำรัก” หยด ที่ ส.พลายน้อย เขียนว่า “กำลังกายา” ความจริงเป็นเช่นนี้ก็เลิกแปลกใจ ทำไมหนุมานจึงเก่งนักหนา เป็นลูกจอมเทพหมายเลข 1 นี่เอง

แม้เรื่องจริงเป็นเช่นนี้ แต่ก็มีเหตุให้ไขว้เขว พระอิศวรทรงเขินเรื่องนี้ สั่งพระพาย “ตัวท่านนั้นเป็นบิดร วานรในครรภ์เทวี” คำสั่งจอมเทพเป็นกฎหมาย...บัตรประชาชน...พระพายเป็นบิดาหนุมานด้วยประการฉะนี้แล

ว่ากันโดยรูปร่างและลีลา หนุมานฉบับรามเกียรติ์ (ไทย) ยังไม่เห็นเค้าความใหญ่...ถ้าอ่านฉบับรามายณะ (อินเดีย) ก็มีเรื่องเล่า เห็นเค้าหนุมาน ใหญ่ ใหญ่มากๆ

คราวที่นางอัญชนาไปคลอดลูกทิ้งไว้ในป่า ทารกไม่มีแม่ป้อนนมก็หิว เห็นพระอาทิตย์เป็นผลไม้ เหาะขึ้นไปจะหยิบกิน แต่หยิบไม่ได้พระอาทิตย์ร้อนเกินไป พระพายพ่ออาสา รีบมาช่วยพัดให้พระอาทิตย์ร้อนน้อยลง

บังเอิญเวลาเดียวกัน พระราหูก็กำลังเข้าไปจับพระอาทิตย์อม... เจอหนุมานตัดหน้า พระราหูหนีไปฟ้องพระอินทร์ พระอินทร์สั่งให้พระราหูเป็นทัพหน้า แล้วทรงช้างเอราวัณตามเป็นทัพหลัง

หนุมานกำลังตาลายเปลี่ยนเป้าพระอาทิตย์จะจับพระราหูกินแทน พระราหูกลัวหนีไปแอบหลังพระอินทร์ หนุมานตามเจอพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณก็คิดว่าเป็นผลไม้อีกพันธุ์ทะยานขึ้นไปคว้า

พระอินทร์รำคาญหยิบวัชระ (สายฟ้า) ฟาดโครม หนุมานก็หล่นลงดิน ตอนลงเอาคางลง คางหัก คำนี้ภาษาอินเดียว่า หนุมาน ด้วยเหตุนี้ เจ้าลูกลิงตัวใหญ่ซึ่งตอนนั้นไม่มีชื่อ จึงได้ชื่อหนุมาน

เจ้าลูกลิงคางหัก ตัวใหญ่ขนาดเหาะขึ้นไปจับพระอาทิตย์กินได้ นี่แหละ ที่ผมจับเป็นเค้าเอามาโม้ต่อว่า หนุมานเอาเค้ามาจาก “ฮัมบาบา” อสูรตัวใหญ่เท่าฟ้า ที่นับอายุเป็นรุ่นพี่

ผมไม่มีหลักฐานยืนยันอันใด เพียงแต่บอกท่านผู้ทักว่า เรื่องที่พระฤาษีโม้ต่อๆกันมาหลายพันปี ทำไมฤาษีรุ่นใหม่ที่ใช้บาร์โค้ดเข้าศูนย์การค้าไม่เป็นอย่างผมจะโม้ต่อบ้างไม่ได้

นี่ผมก็ยังงงว่าตัวเลขคนป่วยโควิด-19 ที่ออกมาน้อยๆนั้น เชื่อได้แค่ไหน เพื่อนแก้วจากแม่กลอง เพื่อนเล็กจากบางบัวทอง โทร.มาคุยเหมือนกันว่า ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/news/society/1853739

*********

**************

*******************

 

ความมั่นคงของใคร

https://www.khaosod.co.th/relevant/news_4196275

27 พ.ค. 2563 - 00:25 น.
 
 
 

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม โดย....รุก กลางกระดาน : ความมั่นคงของใคร

ความมั่นคงของใคร - ยังคงเป็นปัญหาหลักของประเทศ ในเรื่องโรคระบาดของโควิด-19

ซึ่งแม้การแพร่ระบาดและตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยจะลดลง แต่ยังมีงานหนักเรื่องการฟื้นฟูสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่พังยับเยินจากพิษโควิดที่ผ่านมา

น่าเสียดายที่การกำหนดมาตรการเหลานี้ถูกพิจารณาในมุมมองของ ‘ความมั่นคง’ ด้วยการเสนอต่ออายุการใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน

ซึ่งยังไม่รวมถึงการพิจารณาเรื่องเคอร์ฟิว ที่รออยู่ว่ารัฐบาลจะขยายเวลา และปลดล็อกได้เมื่อใด

ทำให้ปัญหาเรื่องโรคระบาด และการฟื้นฟูประเทศ ถูกจับตาว่าเป็นเรื่องที่ทำขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง

เพราะไม่มีเหตุผลใดๆ สนับสนุนว่าเมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อลดน้อยลง ในขณะที่เข้มงวดเรื่องการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศแล้ว

ทำไมภายในประเทศถึงกลับมาใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ !??

อีกทั้งการเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัยที่ถูกสั่งห้าม รวมถึงการห้ามใช้พื้นที่ภายในสถานศึกษาเพื่อกิจกรรมทุกอย่าง

ทำให้อดมองไม่ได้ว่าเพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนเห็นต่าง โดยเฉพาะนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่เตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากคสช.

จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวน และยอมรับความจริงว่าสถานการณ์ของประเทศในวันนี้ รุนแรงเกินกว่าจะแช่แข็งสถานการณ์ให้เป็นไปแบบนี้ต่อไป

ธุรกิจหลายอย่างกำลังจะตาย เงินเยียวยาที่รัฐบาลให้เพียง 3 เดือน เมื่อเปิดคลังก็ตูดขาด ไม่มีเยียวยาอีกแล้ว

สภาพสังคมก็ย่ำแย่ นักเรียนไม่ได้เรียนรู้ตามที่สมควร จะหันไปเรียนออนไลน์ ก็ต้องช็อกกับความไม่พร้อม

จะมีก็แค่โรงเรียนอินเตอร์ที่ได้สิทธิเปิดเรียนก่อนชาวบ้าน ซึ่งสร้างความมึนงงว่าเส้นใหญ่มาจากไหน หรือทำบุญมาด้วยอะไรถึงมีโอกาสที่ดีกว่า หรือเป็นเพราะจ่ายค่าเทอมแพงแล้วไม่ต้องเสี่ยงกับโควิด

ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะฉุดรั้งประเทศไม่ให้เดินหน้า

อย่าใช้ความเห็นแก่ตัว พยายามเข้าใจว่าความมั่นคงของรัฐบาล เป็นความมั่นคงของประเทศ

เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นคนละเรื่อง!??

*****

***********

*********************

 

เมื่อโควิดซา ม็อบฮ่องกงก็กลับมา

https://www.khaosod.co.th/blunt-opinion/news_4195923

27 พ.ค. 2563 - 00:20 น.
 
 
 

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม : โดย...วงค์ ตาวัน : เมื่อโควิดซา ม็อบฮ่องกงก็กลับมา

ม็อบฮ่องกงก็กลับมา - หลังจากหยุดพักไปราว 3 เดือน เพราะสถานการณ์โควิด ตอนนี้ม็อบในฮ่องกงเริ่มกลับมาชุมนุมกันอีกแล้ว เริ่มกันตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการชุมนุมกันอย่างเนืองแน่น ด้วยมีประเด็นร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่

หลายคนได้เห็นข่าวการเคลื่อนไหวในฮ่องกงดังกล่าว ก็ร้องอ๋อว่า เป็นเช่นนี้เอง รัฐบาลบิ๊กตู่จึงไม่ยอมเลิกใช้พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน

อ้างว่ายังต้องยกการ์ดสูงป้องกันโควิด แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังอื้ออึงมองว่า เพราะกลัวแฟลชม็อบนักศึกษามากกว่า!?

จะว่าไปแล้วม็อบฮ่องกง ถือเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่กระหึ่มไปทั่วโลก ตลอดปี 2562 ที่ผ่านมา

เนื่องจากมีการชุมนุมยืดเยื้อ จัดกันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ยาวนานกว่าครึ่งปี และเริ่มปะทะกับตำรวจปราบจลาจลอย่างดุเดือดมากขึ้น

จนเข้าสู่ปี 2563 ก็ยังมีชุมนุมกันต่อในตอนต้นเดือนมกราคม ก่อนจะสะดุดเมื่อโควิดเริ่มระบาดหนัก

แต่คาดกันอยู่แล้วว่า เมื่อโรคระบาดซาลง คงได้เห็นม็อบฮ่องกงกลับมาอีกแน่ แล้วก็ไม่ผิดนัดจริงๆ

แถมล่าสุดมีประเด็นกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ เป็นตัวจุดชนวนอีก

ม็อบฮ่องกงก็กลับมา

เดิมทีนั้น การประท้วงในฮ่องกง ซึ่งเริ่มราวกลางปี 2562 มาจากความไม่พอใจร่างกฎหมายส่งผู้ต้องหาข้ามแดน ซึ่งถูกมองว่าจีนกำลังแทรกแซงการปกครองของฮ่องกง

ก่อนบานปลายกลายเป็นการเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตยของชาวฮ่องกง เป้าหมายคือต่อต้านอำนาจจีนนั่นแหละ

ตอนนั้นทั้งโลกกำลังจับตาอย่างระทึก เพราะการชุมนุมขยายตัวและเข้าสู่จุดร้อนแรง

 

แต่จู่ๆ ก็มีโควิด เป็นเหมือนเสียงระฆังของกรรมการมวยดังขึ้น ช่วยให้ผู้บริหารฮ่องกงได้หยุดหายใจหายคอ!

อย่างไรก็ตาม การที่ประเด็นประท้วงยังไม่จบ ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ ก็ไม่น่าแปลกใจที่เป็นเหมือนแค่พักรบ รอเวลากลับมาลุกฮือกันอีกรอบ

ตอนนี้ก็มาจริงๆ ส่วนจะเพิ่มความร้อนแรงมากขึ้นขนาดไหน ก็ต้องเฝ้าดูกันต่อไป

คงไม่ต่างจากแฟลชม็อบของนักศึกษาไทยกระมัง

เมื่อตอนปลายปี 2562 ปะทุขึ้นและลุกลามไปทั่วแทบทุกมหาวิทยาลัย ไปจนถึงบางโรงเรียน!

เป็นการแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ ประกาศความไม่พอใจต่อความไม่เป็นธรรมทางการเมืองการผูกขาดอำนาจของกลุ่มรัฐประหาร

ตอนนี้คนรุ่นใหม่ในบ้านเราก็เริ่มประกาศแล้ว หมดโควิดเมื่อไรได้เจอกันแน่

จึงเป็นเหตุให้วิจารณ์กันว่า รัฐบาลไม่ยอมเลิกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินคงเพราะเรื่องนี้!?

แต่ถ้ารู้อยู่แล้ว ก็ควรคิดหาทางออกทางแก้เอาไว้ ด้วยคงไม่สามารถใช้อำนาจพิเศษนี้ไปได้เรื่อยๆ

ต้องหาทางคลี่คลายบรรยากาศการเมืองเป็นทางออกที่ดีที่สุด!

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0

1 ความเห็น

 
3 ส

ไอ่เห้ตูบโคตรเผด็จกการ

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0