กูจะสู้ แม้จะรู้ว่ากูแพ้

กูจะสู้ แม้จะรู้ว่ากูแพ้

 

https://www.matichon.co.th/politics/news_2208059

09.00 INDEX กระบวนท่า พรรคร่วม ฝ่ายค้าน “ตรวจสอบ” เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน

 

ข้อเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ”วิสามัญ”เพื่อติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามพระราชกำหนดกู้เงินจำนวน 1.9 ล้านล้านบาทสำคัญ

ยิ่งเป็นการเสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ยิ่งสำคัญ

นี่เป็นอีกจังหวะก้าวทางการเมืองเหมือนกับการเคลื่อนไหวในเดือนเมษายนให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญขึ้นเพื่อพิจารณา”ร่างพระราชกำหนดกู้เงิน”

นั่นก็คือ เป็นข้อเสนอเพื่อตรวจสอบถึง “จิตสำนึก”ในทางการเมือง มากยิ่งกว่าจะประเมินหรือคาดหมายว่าจะประสบความ สำเร็จอย่างแท้จริง

ความหมายก็คือ การประเมินจิตสำนึกทางการเมืองในฐานะผู้แทนปวงชน การประเมินจิตสำนึกทางการเมืองของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเป็นสำคัญ

เป็นการประเมินทั้งๆที่คาดหมายผล”ล่วงหน้า”ได้อย่างดี

มีข้อต่างเล็กน้อยระหว่างข้อเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ กับ ข้อเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ ตรวจสอบการปฏิบัติงานตามพระราชกำหนดเงินกู้

เพราะว่าข้อเสนอเมื่อเดือนเมษายนสามารถอ้างได้ว่าเดือน พฤษภาคมก็จะเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญอยู่แล้ว

เหลือเวลาเพียง 1 เดือนน่าจะสามารถรอได้

ท่าทีจากพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะจากพรรคประชาธิปัตย์จึงเฉยๆ

แต่สำหรับข้อเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติตามพระราชกำหนดไม่อาจใช้เหตุผลเดิมมาอ้างได้อีก

เพราะนี่คือภารธุระโดยตรงของสมาชิกแห่งรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล

ท่าทีของฝ่ายค้านมีความแจ่มชัด แต่ท่าทีของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจ ไทย พรรคชาติไทยพัฒนาจึงสำคัญ

นี่คือญัตติที่แบ่งจำแนกทางการเมืองได้อย่างแจ่มชัด

กระบวนการทางการเมืองของพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงดำเนินไปในท่วงทำนองของบทเพลง”เราสู้”

นั่นก็คือ “กูจะสู้ แม้จะรู้ว่ากูแพ้”

ญัตตินี้จึงเท่ากับเป็นการโยนหินถามทางเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งสันปันน้ำในทางการเมือง

ที่สำคัญก็คือ เป็นสันปันน้ำระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน

ที่สำคัญก็คือ เป็นหินลองทองอันคมแหลมพิสูจน์ทราบธาตุแท้ของแต่ละพรรคการเมือง ณ เบื้องหน้าประชาชน

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    3

3 ความเห็น

 
ICT

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_4223598

 

คอลัมน์ ใบตองแห้ง : วิกฤตฝ่ายค้านวิบัติประเทศ

30 พ.ค. 2563 - 04:25 น.
 
 
 

คอลัมน์ ใบตองแห้ง : วิกฤตฝ่ายค้านวิบัติประเทศ

พรรคเพื่อไทยพูดไม่ออก เซ็นหนังสือรับรองให้ พินิจ จันทรสุรินทร์ ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง แล้วเปลี่ยนใจถอนตัววันสุดท้าย แม้น่าเห็นใจเพิ่งสูญเสียบุตรชาย แต่ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่ต้น ทำให้มีข่าว �ดีล� สะพัด แม้ธรรมนัสปฏิเสธตามเคย

พรรคก้าวไกลก็ส่งไม่ได้ ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย ซึ่งเลือกตั้งใหญ่ได้ 2,466 คะแนน เลยกลายเป็นตัวแทนฝ่ายค้าน ซึ่งครั้งที่แล้วได้ 7 หมื่นคะแนน ชนะรัฐบาลครึ่งต่อครึ่ง แต่ครั้งนี้กลับเป็นรอง เพราะหนึ่ง ตัวบุคคลมีความสำคัญ สอง การเมืองถอยสู่ระบบอุปถัมภ์ โดยเฉพาะเลือกตั้งซ่อม พรรครัฐบาลยิ่งได้เปรียบ มิพักต้องพูดถึงเลือกตั้งระหว่างเคอร์ฟิว ห้าทุ่มถึงตีสาม

อย่าว่าแต่เลือกตั้งซ่อม อ.ชำนาญ จันทร์เรือง อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกว่าขณะนี้พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคแตกแยกอ่อนแอ ถ้ายุบสภา รัฐบาลมีโอกาสชนะเลือกตั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านที่ฝากเลี้ยงไว้ ก็จะโผเข้าหา ในสภาพการเมืองแบบนี้ที่กุมทั้งอำนาจรัฐ องค์กรอิสระ 250 ส.ว. ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบแหงๆ อยู่แล้ว

แม้เชื่อว่ายังไม่ยุบสภาหรอก แต่เห็นด้วยกับ อ.ชำนาญว่า การเมืองระบอบรัฐสภาขณะนี้ ประยุทธ์คุมเบ็ดเสร็จ พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แกนนำถูกตัดสิทธิแถมจะติดคุก ภายใต้ �กฎหมายศักดิ์สิทธิ์� พรรคก้าวไกลไม่น่าสร้างปรากฏารณ์ในการเลือกตั้งได้อีก แม้มีพลังคนรุ่นใหม่ นักเรียนนักศึกษาล้นหลาม แต่ก็ก่อม็อบไม่ได้ ไปรวมตัวกันในโลกออนไลน์เสียมากกว่า

พรรคเพื่อไทยมีปัญหาภายใน อย่างที่หมอเลี้ยบชี้ว่าต้องปรับตัว พลังมวลชนก็ไม่ได้กร้าวแกร่งเหมือนเสื้อแดงปี 53-54

เลวร้ายกว่านั้น เพื่อไทยยังเจอการเมืองถอยหลังสู่ระบบอุปถัมภ์ ครั้งที่แล้วประชาชนยังมีความหวัง เลือกเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล เศรษฐกิจน่าจะดี แต่ครั้งหน้า ประชาชนรู้แล้วว่า เลือกอย่างไรก็แพ้ 250 ส.ว. การหาเสียงด้วยนโยบายก็ทำไม่ได้ จึงถอยหลังสู่ระบบอุปถัมภ์ กลับสู่การเลือก ส.ส.เพื่อหวังพึ่งพิง ของบประมาณขอโครงการลงพื้นที่ ขอให้ช่วยประสานกับรัฐ ฯลฯ ฉะนั้น นักการเมืองฝ่ายที่รู้แหงๆ ว่าได้เป็นรัฐบาล จึงเป็นต่อตั้งแต่ในมุ้ง

มิพักต้องพูดถึงการเมืองเก่าเน่าสนิท ถามสิ ตอนนี้ ส.ส.ฝ่ายไหนกำเงินเป็นฟ่อนลงพื้นที่

การเมืองของจริงไม่ใช่แค่เรื่องอุดมการณ์ นักการเมืองต้องตะลอนงานศพงานบวช ต้องรับเรื่องมาช่วยชาวบ้าน ต้องมีค่าใช้จ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนไม่น้อยจึงกลายเป็นงูเห่า หรือฝากเลี้ยง

ขณะที่ทักษิณ ก็เฟดตัวเองออกไป แม้โอ๊คไม่โดนคดีกรุงไทย แต่ครอบครัวชินวัตรคงไม่อยากเจ็บตัวอีก

 

�ระบอบประยุทธ์� ยังไม่ใช่แค่พรรคพลังประชารัฐ แต่คือเครือข่ายอำนาจอนุรักษนิยม รัฐราชการ กองทัพ กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ ซึ่งในวิกฤตโควิด รัฐราชการ ฝ่ายความมั่นคง ยิ่งขยายอำนาจ �รัฐเป็นบิดา� ทั้งการควบคุมและเยียวยา ในภาวะที่ประชาชนย่ำแย่ไปหมด

อำนาจรัฐเป็นใหญ่นี้ยากที่ใครจะสู้ได้ ไม่สามารถต่อสู้ผ่านการเลือกตั้ง เป็นอำนาจที่ขยายตัวมาตลอด 5 ปีรัฐประหาร สืบทอดผ่าน �กติโกง� ตั้ง 250 ส.ว. 6 ผบ.เหลาทัพ มาโหวตตัวเอง ครั้นมีพรรคดาวรุ่งจะเป็นอันตราย ก็โดนองค์กรอิสระยุบพรรคตัดสิทธิ

หนึ่งปีผ่านไป การสืบทอดอำนาจเบ็ดเสร็จสัมบูรณ์ กลืนกินระบอบรัฐสภา ระบบเลือกตั้ง ให้เป็นการเมืองสามานย์ ไม่มีความหวังให้ประชาชนอีกต่อไป

ทั้งที่ประเทศอยู่ในภาวะวิบัติ โควิดทำให้เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ก่อนแล้วพังพินาศ วิธีคิดแบบรัฐทหาร ใช้ยาแรงปราบ ยิ่งทำให้ฟื้นตัวยาก ประชาชนจะลำบากแสนสาหัส แต่ไม่สามารถเปลี่ยนรัฐบาลได้ มีแต่ยิ่งถูกบีบให้ต้องพึ่งพารัฐ นอบน้อมค้อมหัวอยู่ใต้รัฐซึ่งมีอำนาจมาก แต่ไร้ประสิทธิภาพ และจะพาล่มจม ทั้งโดยรัฐราชการล้าหลัง และการเมืองสามานย์

ตัวอย่างอันใกล้ คือการใช้จ่ายเงินกู้ 4 แสนล้านฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับงบสมคิด กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากมา 5 ปี ไม่มีผลงาน เพราะทำผ่านระบบราชการ ใช้จ่ายไม่มีเป้า ไม่มีหัวคิด ครั้งนี้ยังมีนักการเมืองช่วยรุมอีก

การทำงานแบบรัฐราชการไทย ที่จริงก็เห็นได้จากการเยียวยา ช่วยเหลือช้า ช่วยไม่ครบ ช่วยทีละขยัก ทั้งที่ช่วยถ้วนหน้าแต่แรกก็จบ นี่คือรัฐที่ถนัดในการควบคุมประชาชน ไม่เข้าใจงานบริการอำนวยความสะดวก

ส่วนภาคการเมือง ก็กัดกันกระทั่งพรรคแกนนำ แย่งเก้าอี้รัฐมนตรีตามโควตา แต่ประยุทธ์ไม่สนใจ เพราะฝ่ายค้านไม่มีทางสู้ และอยู่ด้วยโครงสร้างอำนาจที่ใหญ่โตกว่ารัฐสภา

เศรษฐกิจจะวิบัติยิ่งกว่ายุคต้มยำกุ้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีรัฐธรรมนูญ 2540 โครงสร้างการเมืองถอยหลังไปไกล ยิ่งประเทศพัง รัฐประยุทธ์ยิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งไม่มีทางเปลี่ยนได้

จนกว่าจะพินาศถึงที่สุดโน่นมั้ง สังคมไทยจึงจะสามารถหาฉันทามติ (Consensus) ใหม่

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    4
 
3 ส

 ตรวจสอบเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน บาท

ยกนิ้ว เยี่ยมมาก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
ICT
  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2